ยายช้ำน้ำตาตกถูกหลอกโอนที่ดิน มูลค่า 50 ได้เพียงตั๋วสัญญาขึ้นเงินไม่ได้

01 มิถุนายน 2564

ผู้สื่อข่าวรายงาน ยายวัย 66 ปี สุดช้ำ ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกโอนที่ดิน พื้นที่ประมาณ 6 ไร่เศษ ย่านสายไหม กรุงเทพฯ มูลค่า 50 ล้านบาท ได้เพียงตั๋วสัญญาใช้เงินที่ขึ้นเงินไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. นางลัดดา สงวนบุญอายุ 66 ปี พร้อม นายธนากร สงวนบุญ อายุ 46 ปี ลูกชาย และนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ไพบูลย์ โพธิ์ทอง สว.(สอบสวน) สน.สายไหม เพื่อแจ้งความให้ช่วยติดตามตัวกลุ่มคนร้าย หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพก่อเหตุหลอกโอนที่ดินจำนวนกว่า 6 ไร่เศษ ย่านสายไหม กรุงเทพฯ เป็นเงินกว่าจำนวน 50 ล้านบาท แต่กลับถูกแก๊งคนร้ายใช้อุบายจ่ายเป็นเช็ค แล้วขอเปลี่ยนเป็นตั๋วขึ้นเงินแทน แต่สุดท้ายไม่ได้เงินสักบาท ที่ดินก็ถูกแก๊งคนร้ายหลอกเอาไปจนสำเร็จ และยังถูกหลอกเอาเงินสดไปอีก 2.5 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา 
 

ยายช้ำน้ำตาตกถูกหลอกโอนที่ดิน มูลค่า 50 ได้เพียงตั๋วสัญญาขึ้นเงินไม่ได้

 

นายธนากร เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกคนโต ซึ่งมีพี่น้อง 3 คน แม่มีที่ดินอยู่ประมาณ 6 ไร่เศษ และเตรียมจะยกที่ดินให้ลูกๆ โดยแยกโฉนดที่ดินเป็น 5 แปลง ให้ลูกคนละแปลง ส่วนอีก 2 แปลง แม่ตั้งใจจะเก็บไว้เป็นที่อยู่อาศัย ก่อนหน้านี้แม่เคยบอกขายที่ดิน 3 แปลงที่เป็นของลูก ลูกทุกคนก็ยินยอมพร้อมจะขาย ต่อมามีนางทิพย์ ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นนายหน้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินทั้ง 3 แปลง รวมประมาณ 5 ไร่เศษ ซึ่งอ้างว่ามีคนซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทอสังหาริมทรัพย์ จะนำที่ดินไปสร้างบ้านจัดสรรค์ โดยตกลงซื้อขายกันเป็นเงินประมาณ 40 ล้านบาท และขอซื้อที่ดินเพิ่มอีก 3 งานเศษ คือแปลงที่ 4  โดยอ้างว่าต้องการได้ที่ดินเพิ่มเพื่อทำทางเข้าออก แต่ได้ถูกปฏิเสธไปจากนั้นกลุ่มคนร้ายจึงขอยืมที่ดินแปลงนี้ซึ่งอ้าวว่าจะนำไปยืนให้บริษัทดูเผื่อมีคนมาซื้อต่อใจได้เห็นว่ามีทางเข้าออก ซึ่งรวมเป็นเงินจำนวน 50 ล้านบาท หลังโอนที่ดินทั้ง 3 แปลงเสร็จก็จะคืนโฉนดแปลงที่ 4 คืน 

ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า กระทั่งวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนและแม่ รวมถึงน้องสาวได้เดินทางไปทำการโอนที่ดินที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางเขน ซึ่งได้พบกับนายนิรุท โรจน์ณรงค์ อายุประมาณ 40 ปี พร้อมพวกอีก 2-3 คน ซึ่งระหว่างทำการโอนที่ดินอยู่นั้น กลุ่มคนร้ายได้ให้ตนและน้องสาวออกมาคุยเรื่องการจ่ายเงิน ส่วนแม่อยู่กับนายนิรุท เพียงลำพัง และตกลงจ่ายเป็นค่าที่ดินให้ตนเป็นเช็คธนาคารแห่งหนึ่ง จำนวน 3 ฉบับ ซึ่งอ้างยังไม่สามารถขึ้นเงินได้ต้องรอ 7-10 วัน เมื่อทำการโอนที่ดินเสร็จกลับพบว่ามีการโอนที่ดินจำนวน 4 แปลงไปแล้วตนจึงต้องยอมขายไปด้วย

แต่ต่อมาก่อนถึงวันขึ้นเงินกลุ่มคนกลุ่มนี้ได้มาขอเปลี่ยนเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินแทนซึ่งระบุจำนวนเงิน 60 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มคนร้ายอ้างว่าได้สั่งจ่ายเงินเกินไป 10 ล้านบาท ให้ตนเองหาเงินมาคืนก่อน 10 ล้านบาท จึงจะสามารถขึ้นตั๋วจ่ายเงินได้ แต่แม่มีเงินในบัญชีเพียง 2.5 แสนบาท เท่านั้นจึงโอนให้คนร้ายไป ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.64 ได้สอบถามไปที่บริษัทตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อขอขึ้นเงิน ปรากฏว่าทางบริษัทแจ้งว่าเป็นตั๋วปลอม จึงทราบในทันทีว่าถูกแก็งค์มิจฉาชีพกลุ่มนี้หลอกซื้อที่ดินและเงินสดจากตนไป 

เมื่อได้ตรวจสอบเอกสารไปที่กรมที่ดิน ก็พบว่าที่ดินดังกล่าวขอตนถูกโอนเปลี่ยนชื่อไปแล้ว โดยในเอกสารซื้อขายของทางที่ดินระบุว่า โดยได้รับจ่ายค่าที่ดินเป็นเช็คจำนวน 2 ฉบับ ฉบับละ 3 ล้านบาท ซึ่งยังไม่เคยได้รับเช็คดังกล่าวเลยก็ไม่รู้ว่าแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ใช้วิธีการอะไร จึงสามารถทำให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เซ็นต์อนุมัติซื้อขายผ่านไปได้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยได้รับเช็ค 

ด้านนายรัชพล กล่าวว่า หลังสอบถามรายละเอียด พบว่าคดีนี้ยังไม่ได้แจ้งความ แต่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีเองทั้งทางแพ่งและอาญา ผ่านมาเกือบ 2 เดือนคดียังไม่คืบหน้า หลังจากนี้ต้องตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน และต้องตรวจสอบเอกสารที่กรมที่ดินสาขาบางเขนด้วย ว่าโดยปกติการโอนซื้อขายที่ดิน เจ้าหน้าที่ต้องมีการสอบถามว่าผู้ขายได้รับเงินหรือยัง ซึ่งผู้ขายยังไม่ได้รับเงินแต่มีการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ต้องตามเรื่องนี้ก่อน จากนั้นต้องตรวจสอบหลักฐานอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ อยากฝากถึงคนชราที่จะทำนิติกรรมอะไรต่างๆ ขอให้บุตรหลานช่วยตรวจสอบก่อน เพราะอาจจะถูกมิจฉาชีพหลอกเอาได้ ซึ่งหลังจากรับเรื่องนี้ไว้ตนแล้วทางตนก็จะเดินเรื่องฟ้องเพิกถอนการโอนซื้อขายที่ดินผืนนี้กับทางศาลมีนบุรีต่อไป

ด้านพ.ต.ต.ไพบูลย์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ว่ามีกลุ่มบุคคลมาติดต่อขอซื้อที่ดิน แต่ดูแล้วท่าทางมีพิรุธ สุดท้ายผู้เสียหายก็ขายที่ดินดังกล่าวไป และเกิดการโกงกันขึ้น คนขายไม่ได้รับเงิน ครั้งนี้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ตนจะต้องสอบสวนผู้เสียหาย และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ทราบพฤติกรรมของคนร้าย แต่ละคนมีหน้าที่อะไรบ้าง เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้แล้ว เพือเข้าข่ายความผิดใด เบื้องต้นจะทำเรื่องไปที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางเขน  เพื่ออายัดโฉนดที่ดินทั้ง 4 แปลง  เพื่อไม่ให้โอนไปขายให้บุคคลอื่น จากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป