สังคม

ดร.สามารถ ไขปม บีทีเอส ทวงหนี้ กทม. กว่า 3 หมื่นล้าน ชี้มีทางแก้ปัญหา 2 ทาง

22 พ.ค. 2564 | 14:46 น.
ดร.สามารถ ไขปม บีทีเอส ทวงหนี้ กทม. กว่า 3 หมื่นล้าน ชี้มีทางแก้ปัญหา 2 ทาง

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ไขปมร้อน บีทีเอส ทวงหนี้ กทม.ก้อนใหญ่กว่า 3 หมื่นล้านบาท ชี้มีทางแก้ปัญหา 2 ทาง ต้องรีบดำเนินการโดยเร็วเพราะหนี้พอกพูนขึ้นทุกวัน วันละประมาณ 24 ล้านบาท

วันนี้ (22 พ.ค.2564) ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ไขประเด็นร้อน ช็อก! บีทีเอสทวงหนี้ กทม. ก้อนใหญ่กว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีใจความดังนี้ คงอยู่ในสภาพสุดจะทน บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย จึงได้เขียนข้อความขึ้นจอในขบวนรถไฟฟ้าและที่สถานีรถไฟฟ้าให้ผู้โดยสารได้รับรู้ว่า กทม. ติดหนี้บีทีเอสกว่า 3 หมื่นล้านบาท ทำให้ผู้พบเห็นช็อกไปตามๆ กัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นได้?

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นับว่าเป็นการทวงหนี้สุดคลาสสิก หลังจากได้มีหนังสือทวงหนี้ไปแล้วหลายครั้ง แต่ กทม.ก็ยังไม่จ่ายให้ เพราะไม่มีเงินจะจ่าย เนื่องจากมีรายได้จากค่าโดยสารส่วนต่อขยายน้อย ไม่พอที่จะจ่ายหนี้

ถึงวันนี้ (22 พฤษภาคม 2564) กทม. เป็นหนี้บีทีเอสจำนวน 33,222 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้ O&M (Operation and Maintenance) หรือค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงรักษา 12,218 ล้านบาท และหนี้ E&M (Electrical and Mechanical) หรือค่าขบวนรถไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ สื่อสาร และระบบตั๋ว 21,004 ล้านบาท

หนี้ O&M เริ่มมีตั้งแต่ปี 2560 เมื่อเปิดเดินรถช่วงสถานีสำโรง-สถานีปู่เจ้าสมิงพราย ในวันที่ 3 เมษายน 2560 และหนี้ได้เพิ่มมากขึ้นเมื่อเปิดเดินรถจากสถานีปู่เจ้าสมิงพราย-สถานีเคหะสมุทรปราการ ในวันที่ 6 ธันวาคม 2561 ตามด้วยการเปิดเดินรถจากสถานีหมอชิต-สถานีห้าแยกลาดพร้าว ในวันที่ 9 สิงหาคม 2562 และจากห้าแยกลาดพร้าว-สถานีคูคต ในวันที่ 16 ธันวาคม 2563

หนี้ E&M เริ่มมีตั้งแต่ปี 2559 และได้เพิ่มมากขึ้นในปีที่เปิดเดินรถช่วงต่างๆ เช่นเดียวกับหนี้ O&M

หากหนี้ก้อนใหญ่นี้ กทม. ยังคงไม่จ่ายให้บีทีเอส หนี้ก็จะพอกพูนขึ้นทุกวัน วันละประมาณ 24 ล้านบาท

ทางแก้ปัญหาหนี้ก้อนใหญ่นี้ กทม. และรัฐบาลมีทางเลือกดังนี้

1. เร่งชำระหนี้ให้บีทีเอส ซึ่งถึงวันนี้ (22 พฤษภาคม 2564) มีหนี้จำนวน 33,222 ล้านบาทเตรียมเงินก้อนใหญ่อีกประมาณ 1 แสนล้านบาท เป็นค่าจ้างเดินรถในช่วงจากนี้ไปจนถึงปี 2572 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดสัญญาสัมปทานการเดินรถส่วนหลักกับบีทีเอส ค่าดอกเบี้ยงานโยธาถึงปี 2572 และค่าชดเชยกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BTSGIF)

หากสามารถทำได้เช่นนี้ ก็สามารถเปิดประมูลหาผู้รับสัมปทานใหม่ได้ตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป

2. หากไม่มีเงินมาชำระหนี้ได้ และไม่มีเงินสำหรับค่าจ้างเดินรถจนถึงปี 2572 รวมทั้งค่าดอกเบี้ยงานโยธาถึงปี 2572 และค่าชดเชยกองทุน BTSGIF ก็จำเป็นที่จะต้องขยายเวลาสัมปทานให้บีทีเอส โดยให้บีทีเอสรับภาระหนี้ รวมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินรถในช่วงจากนี้ไปจนสิ้นสุดระยะเวลาสัมปทานที่จะขยายออกไป รับภาระดอกเบี้ยงานโยธาถึงปี 2572 และค่าชดเชยกองทุน BTSGIF แทน กทม.

การเดินรถไฟฟ้าเป็น "พันธกิจสาธารณะ" ที่รัฐจะต้องให้บริการแก่พี่น้องประชาชน แต่ในกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รัฐได้มอบพันธกิจสำคัญนี้ให้เอกชน โดยว่าจ้างให้เอกชนรับภาระหน้าที่นี้แทน เอกชนต้องลงทุนและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินรถรวมทั้งค่าซ่อมบำรุงรักษา เพื่อให้การเดินรถไฟฟ้าได้มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล แต่เอกชนกลับไม่ได้รับค่าจ้าง

ไม่มีเมืองใดในโลกที่เอกชนทำหน้าที่เดินรถไฟฟ้าแทนภาครัฐแล้วไม่ได้รับค่าจ้างนานถึง 4-5 ปีเช่นกรุงเทพฯ ของเรา

ถามว่าเอกชนจะทนแบกภาระนี้ได้ต่อไปอีกนานแค่ไหน?

"ทำไมถึงทำกับฉันได้?"

 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

พยากรณ์อากาศ 20–26 ต.ค. ทั่วไทยระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก

พยากรณ์อากาศ 20–26 ต.ค. ทั่วไทยระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก

อุดรธานีพบร่องรอยปริศนา 120 ล้านปี กรมธรณีฯ เผยผลตรวจสอบแล้ว

อุดรธานีพบร่องรอยปริศนา 120 ล้านปี กรมธรณีฯ เผยผลตรวจสอบแล้ว

เตือนคน "ซื้อโน้ตบุ๊กออนไลน์" ตำรวจรวบผู้ต้องหาหลอกขายของ รับเงินมัดจำแต่ไม่มีสินค้า

เตือนคน "ซื้อโน้ตบุ๊กออนไลน์" ตำรวจรวบผู้ต้องหาหลอกขายของ รับเงินมัดจำแต่ไม่มีสินค้า

"1 ราศี ลุ้นงานก้าวหน้า" เรื่องค้างคาอาจมีทางออก มีคนคอยหนุนหลัง

"1 ราศี ลุ้นงานก้าวหน้า" เรื่องค้างคาอาจมีทางออก มีคนคอยหนุนหลัง

"กรมอุตุนิยมวิทยา" เตือนหลายพื้นที่ รับมือฝนเพิ่ม 25 ต.ค. กทม.และปริมณฑลไม่ควรประมาท

"กรมอุตุนิยมวิทยา" เตือนหลายพื้นที่ รับมือฝนเพิ่ม 25 ต.ค. กทม.และปริมณฑลไม่ควรประมาท