หนุ่มสุดเศร้าพ่อเสียชีวิตสลดหลังบึ่งรถไปรพ.ดัง แต่ยามบอกไม่มีหมอ

24 ก.พ. 2564 เวลา 12:39 น.

หนุ่มสุดเศร้า คุณพ่อป่วยอาการหนักถึงขั้นหมดสติ รีบบึ่งรถไปโรงพยาบาลบางบัวทอง 2 ทันที พอไปถึงยามกลับบอกไม่มีหมอ แถมมีเจ้าหน้าที่มาดูในสภาพไม่พร้อมทำงานจนคุณพ่อเสียชีวิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรีบชี้แจงทันที

กลายเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากที่นายพคพงษ์ พันธ์วิไล อายุ 23 ปี ลูกชายของนายสมาน พันธ์วิไล อายุ 58 ปี ที่เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลบางบัวทอง 2 อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่ได้เข้าร้องเรียน หลังจากพาคุณพ่อที่มีอาการหมดสติไปที่โรงพยาบาลดังกล่าวในช่วงกลางดึก แล้วทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแจ้งว่าไม่มีหมอ หนำซ้ำทีมพยาบาลยังไม่มีความกระตือรือร้นในการรักษา ทำให้คุณพ่อต้องเสียชีวิตลงในที่สุด

โดยลูกชายนายสมานผู้เสียชีวิตเล่าว่า วันเกิดเหตุคุณพ่อมีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ค่อยออก ซึ่งตัวคุณพ่อเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการกรดไหลย้อนจึงได้ให้น้าชายไปซื้อยาลดกรดให้ แต่หลังจากคุณพ่อกินไปแล้วเกิดมีอาการอาเจียนออกมา ก่อนที่จะหมดสติ จึงรีบพาไป รพ. ใกล้บ้านทันที ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เมื่อมาถึงยามกลับอกว่าที่นี่ไม่มีหมอ หนำซ้ำการช่วยเหลือก็ช้ามากกว่าจะนำเปลมาให้

 

 


เมื่อเห็นอาการของคุณพ่อไม่ดี ตนจึงทำการปั๊มหัวใจให้คุณพ่อด้วยตัวเอง ก่อนที่จะมีบุรุษพยาบาล 2 คนเดินมาในสภาพที่เหมือนกับเพิ่งตื่น จากนั้นทางบุรุษพยาบาลได้จับชีพจร ก่อนจะเริ่มปั๊มหัวใจ พร้อมกับนำตัวคุณพ่อเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งขณะนั้นพบเห็นว่าห้องฉุกเฉินไม่มีใครอยู่แม้แต่ไฟก็ยังไม่เปิด ตนมองเข้าไปเห็นว่าเจ้าหน้าที่ปั๊มหัวใจคุณพ่ออยู่ แต่คิดว่าเขาน่าจะมีอุปกรณ์อะไรที่ช่วยกระตุ้นหัวใจหรือช่วยคุณพ่อได้มากกว่านี้

affaliate-2

แต่การช่วยเหลือดังกล่าวไม่เป็นผล ทำให้คุณพ่อของตนเองเสียชีวิตลง และทางบุรุษพยาบาลคาดน่าจะเป็นโรคหัวใจ ซึ่งที่จริงแล้วคุณพ่อป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดัน และมีประวัติรักษาอยู่ที่ รพ.แห่งนี้อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งตนมั่นใจว่าถ้าอุปกรณ์ทางการแพทย์และบุคลากรพร้อมกว่านี้น่าจะช่วยชีวิตคุณพ่อได้ และเหตุการณ์นี้อยากจะถามว่าถ้าเป็นญาติคุณคุณจะเลือกปฎิบัติงานเหมือนทำกับพ่อตนหรือไม่ และฝากเหตุการณ์นี้เป็นที่เตือนใจรวมถึงผู้บริหารหรือผู้อำนวยการช่วยลงมาตรวจสอบบุคลากรของพวกท่านหน่อยให้นำบุคลากรที่มีความพร้อมเข้ามาปฎิบัติงาน


ขณะเดียวกัน นพ.กวิตม์ ซื่อมั่น ผอ.รพ.บางบัวทอง 2 ได้ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า พอทราบข่าวก็ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าว กระทั่งทราบว่าญาติได้นำคนไข้เข้ามาและทำการกู้ชีพไม่สำเร็จก่อนเสียชีวิต ส่วนที่มีประเด็นในเรื่องที่ติดใจจะขอทำการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป อีกอย่างที่ญาติแจ้งว่าทาง รพ.ไม่มีหมอนั้น ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้จากการตรวจสอบแล้วยังพบว่าเมื่อมีผู้ป่วยต้องกู้ชีพ เจ้าหน้าที่พยาบาลห้องฉุกเฉินก็ตามแพทย์ ซึ่งตรวจสอบวันเวลาดังกล่าวแพทย์ก็ลงมาดูแลในการกู้ชีพด้วยตนเอง


อย่างไรก็ตาม นพ.กวิตม์ กล่าวต่อว่า ปกติแล้วหลังเวลาราชการก็จะมีแพทย์ประจำ รพ.อยู่แล้วเพื่อรองรับอุบัติเหตุฉุกเฉิน ส่วนผู้ป่วยที่เสียชีวิตรายนี้ ตนทราบว่าผู้ป่วยมาถึง รพ.ไม่มีชีพจรแล้ว ทางพยาบาลจึงได้เริ่มทำการกู้ชีพพร้อมกับเรียกแพทย์มาดู แต่ทางตนก็จะข้อตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงจะเข้าไปพูดคุยกับทางญาติต่อไป