ร้านปลาทูในตลาดฉวยโอกาส ติดป้ายบอกลูกค้าต้องซื้อขั้นต่ำ50 ถึงสเเกนได้

24 ก.พ. 2564 เวลา 12:02 น.

เเชร์ว่อนโลกออนไลน์ ร้านค้าขายปลาทูติดป้ายชัดเจนหน้าร้าน ร่วมโครงการเยียวยาประชาชนของรัฐบาลคือ เราชนะ คนละครึ่ง เเละบัตรประชารัฐ  เเต่ได้มีเงื่อนไข จะต้องเเสกนขั้นต่ำที่จำนวน50บาทเท่านั้น

  เกิดเป็นประเด็นร้อน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย เมื่อในโลกออนไลน์ได้มีการเเชร์ภาพร้านค้าขายปลาทูเเห่งหนึ่ง ที่ได้ติดป้ายไว้หน้าร้านอย่างชัดเจนว่า  ร้านนี้ร่วมโครงการเยียวยาประชาชนของรัฐบาลคือ เราชนะ คนละครึ่ง เเละบัตรประชารัฐ  เเต่ได้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือ จะต้องเเสกนขั้นต่ำที่จำนวน50บาทเท่านั้น หากยอดซื้อปลาทูน้อยกว่านี้  จำเป็นต้องใช้เงินสดในการใช้จ่าย ซึ่งเหมือนเป็นการบังคับลูกค้าผู้บริโภค ว่าต้องซื้อของเยอะๆถึงจะใช้สิทธิในโครงการต่างๆได้

ร้านปลาทูในตลาดฉวยโอกาส ติดป้ายบอกลูกค้าต้องซื้อขั้นต่ำ50 ถึงสเเกนได้

 

   ด้านความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ทาง กระทรวงการคลัง เผยยอดการใช้จ่ายโครงการ เราชนะ ข้อมูล ณ 22 ก.พ. 64 มีผู้ใช้สิทธิเราชนะกว่า 28.8 ล้านคน ยอดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 41,522.4 ล้านบาท โดยทาง กรมการค้าภายใน สั่ง จนท. ตรวจร้านค้า เราชนะ หากพบว่ามีการขายแพง โก่งราคา มีโทษคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีไม่ปิดป้ายราคา ปรับไม่เกิน1 หมื่นบาท ด้านร้านธงฟ้า ทำผิดเงื่อนไข จะยกเลิกโครงการเราชนะทันที และเพิกถอนสิทธิธงฟ้า หากประชาชนพบร้านขายของแพง โทร.1569
ร้านปลาทูในตลาดฉวยโอกาส ติดป้ายบอกลูกค้าต้องซื้อขั้นต่ำ50 ถึงสเเกนได้

 

affaliate-2

 ทั้งนี้ทาง นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดจุดรับลงทะเบียนโครงการเราชนะ (โครงการฯ) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ณ สาขาและจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ รวมถึงหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ของกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศ โดยขณะนี้ มีกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 จนถึงปัจจุบันแล้ว จำนวน 995,349 คน ทั้งนี้ กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 15 – 21 กุมภาพันธ์ 2564 จะทราบผลการคัดกรองคุณสมบัติในวันที่ 4 มีนาคม 2564 และจะได้รับวงเงินสิทธิ์ครั้งแรกในวันที่ 5 มีนาคม 2564 และกลุ่มผู้ที่ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2564 จะทราบผลการคัดกรองคุณสมบัติในวันที่ 15 มีนาคม 2564 และจะได้รับวงเงินสิทธิ์ครั้งแรกในวันที่ 19 มีนาคม 2564 

 

ร้านปลาทูในตลาดฉวยโอกาส ติดป้ายบอกลูกค้าต้องซื้อขั้นต่ำ50 ถึงสเเกนได้

  โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในส่วนของประชาชน ผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการรายย่อยที่ใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการเกินควร ขณะนี้กระทรวงการคลังได้มีการประสานขอความร่วมมือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่กวดขันไม่ให้ผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการรายย่อยขึ้นราคาสินค้าหรือบริการซึ่งเป็นการเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค โดยประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวสามารถแจ้งร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 1569 หรือแจ้งข้อมูลของผู้ร้องเรียน พร้อมหลักฐานในการร้องเรียน รวมถึงช่องทางติดต่อกลับของท่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง กระทรวงการคลังจะระงับการใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของร้านค้าตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าทันที และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป


กระทรวงการคลังจึงขอความร่วมมือประชาชนรักษาสิทธิ์ของตนเอง และขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อย รวมถึงประชาชนปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการฯ สำหรับประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการฯ สามารถแจ้งเบาะแสรวมถึงส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิดเงื่อนไขโครงการฯ ถึง “คณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและเรื่องร้องเรียนสำหรับโครงการฯ” ทางไปรษณีย์มาได้ที่ “สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400” หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail Account) “[email protected]

ร้านปลาทูในตลาดฉวยโอกาส ติดป้ายบอกลูกค้าต้องซื้อขั้นต่ำ50 ถึงสเเกนได้

  สำหรับข้อมูลความคืบหน้าของการเข้าร่วมโครงการฯ ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 มีดังนี้ ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 23,457.9 ล้านบาท สำหรับประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ .com เป็นผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ จำนวนมากกว่า 15.1 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 18,064.5 ล้านบาท

ร้านปลาทูในตลาดฉวยโอกาส ติดป้ายบอกลูกค้าต้องซื้อขั้นต่ำ50 ถึงสเเกนได้

 

 

รวมมีผู้ใช้สิทธิ์โครงการฯ จำนวน 28.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยไปแล้วมากกว่า 41,522.4 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มียอดการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สูงสุด 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา อุบลราชธานี ขอนแก่น และเชียงใหม่ ตามลำดับ ผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการ/ร้านค้าและบริการรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการฯที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมากกว่า 1.08 ล้านกิจการ