หยุดหักดิบ "หมอเจด" เผยเคล็ดลับกินแป้งยังไงให้น้ำตาลนิ่ง

ใครว่าอยากลดน้ำตาลต้องกอดความหิวแล้วเลิกกินแป้ง? "หมอเจด" (นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์) ออกมาปลดล็อกความเชื่อผิดๆ
ก้าวข้ามความเชื่อเดิม! ไม่ต้องตัดคาร์บ น้ำตาลในเลือดก็ลดได้
พฤติกรรมยอดฮิตของคนที่เริ่มรู้ตัวว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง คือการ "ตัดแป้งหักดิบ" ไม่แตะข้าว ไม่กินเส้น และปฏิเสธผลไม้ทุกชนิด ทว่าผลลัพธ์ที่ตามมาส่วนใหญ่คืออาการหิวโหย ตบะแตก และกลับมากินหนักกว่าเดิมจนระดับน้ำตาลพุ่งสูงยิ่งกว่าเก่า
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ (หมอเจด) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาให้ความรู้ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจว่า การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เสถียร ไม่ได้แปลว่าเราต้องเลิกกินคาร์โบไฮเดรตอย่างสิ้นเชิง เพราะหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การ "งดแป้ง" แต่อยู่ที่ "ชนิดของแป้ง ปริมาณที่รับประทาน และการกินร่วมกับอาหารชนิดอื่น" เพื่อชะลอการดูดซึมกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด
เปิด 5 Hacks กินแป้งอย่างไร ไม่ให้น้ำตาลพุ่งแรง
1. ปรับสัดส่วนจานอาหาร ไม่ต้องถึงขั้นงด
ไม่ต้องถึงขั้นงดข้าว แต่ลองใช้วิธี "ลดปริมาณและเพิ่มสัดส่วนอื่น" เข้ามาทดแทน
เปลี่ยนจากข้าวแน่นจาน 3 ทัพพี เหลือเพียง 1–2 ทัพพี
ใช้สูตรจัดจาน Diabetes Plate Method: แบ่งจานเป็น ผัก 50%, โปรตีนคุณภาพ 25% และ แป้ง/คาร์โบไฮเดรต 25% วิธีนี้ช่วยให้อิ่มท้องโดยไม่ต้องพึ่งแป้งเป็นหลัก
2. เลือก "คาร์บเชิงซ้อน" ที่มีเส้นใยอาหาร
แป้งขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว โจ๊ก หรือเส้นนุ่มๆ ถูกย่อยเป็นน้ำตาลได้ไวมาก ลองเปลี่ยนมาเป็น:
ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี ขนมปังโฮลเกรน หรือข้าวโอ๊ต
หากยังไม่ชินรสชาติ สามารถใช้วิธีผสมข้าวกล้องกับข้าวขาวอย่างละครึ่งก่อนได้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามได้อย่างต่อเนื่อง
3. เลิกกินแป้งเดี่ยวๆ ให้จับคู่กับโปรตีนและผัก
การกินแป้งลอยๆ เช่น มื้อเช้ากินขนมปัง 1 แผ่น หรือกินผลไม้หวานตอนท้องว่าง จะทำให้น้ำตาลดึงเข้ากระแสเลือดอย่างรวดเร็ว
สูตรชะลอการย่อย: เมื่อใดก็ตามที่จะกินแป้ง ให้กินคู่กับ โปรตีน ไขมันดี หรือไฟเบอร์ เสมอ เช่น กินขนมปังคู่กับไข่ต้ม ทูน่า หรือกินข้าวพร้อมผักและเนื้อปลา เพราะสารอาหารเหล่านี้จะช่วยชะลอความเร็วในการย่อยคาร์โบไฮเดรต
4. เลือกกินผลไม้สดแบบลูก แทนการดื่มน้ำผลไม้
ผลไม้ไม่ใช่ผู้ร้าย แต่รูปแบบการกินคือสิ่งสำคัญ!
ผลไม้เป็นลูก: มีใยอาหาร ต้องใช้เวลาเคี้ยว ร่างกายดูดซึมน้ำตาลได้ช้าลง
น้ำผลไม้คั้น/ปั่น: เสียใยอาหารไปมาก และต้องใช้ผลไม้หลายลูกในแก้วเดียว ส่งผลให้น้ำตาลฟรุกโตสพุ่งเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว
5. สแกนและตัด "น้ำตาลซ่อนเร้น" ในเครื่องดื่มและซอส
คนส่วนใหญ่มักเพ่งเล็งไปที่ข้าวในจาน แต่กลับมองข้าม น้ำหวานในแก้ว
ชาเย็น กาแฟปั่น น้ำอัดลม และนมหวาน เป็นตัวการหลักที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงโดยไม่สร้างความอิ่ม
ปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มหวานน้อย จนถึงไม่หวานเลย เช่น ชาร้อน กาแฟดำ หรือน้ำเปล่า รวมทั้งอ่านฉลากสังเกตน้ำตาลที่แฝงอยู่ในซอสมะเขือเทศ น้ำสลัด หรือโยเกิร์ตด้วย
3 ข้อแนะนำเพิ่มเติมเพื่อความเสถียรของระดับน้ำตาล
เดินย่อยหลังมื้ออาหาร: การขยับร่างกายเบาๆ เช่น เดิน 10–15 นาที หลังกินอาหาร จะช่วยให้กล้ามเนื้อนำกลูโคสไปใช้ทันที
ไม่ปล่อยให้หิวโซ: กินอาหารให้ตรงเวลา เพื่อป้องกันภาวะตบะแตกในมื้อถัดไป
ผู้ป่วยเบาหวานควรรอบคอบ: สำหรับผู้ที่ทานยาหรือฉีดอินซูลิน ไม่ควรลดแป้งอย่างหักดิบโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะ น้ำตาลในเลือดตกต่ำ (Hypoglycemia) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
สรุป: คุมน้ำตาลอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การทรมานตัวเอง
เป้าหมายสูงสุดของการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่การทำให้น้ำตาลหลังมื้ออาหารเป็นศูนย์ แต่คือ "การป้องกันไม่ให้น้ำตาลพุ่งสูงฉับพลันและค้างนานเกินไป" เพียงนำ 5 เทคนิคนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน คุณก็จะสามารถมีความสุขกับการกินอาหารจานโปรดได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน
แหล่งที่มาอ้างอิง
ข้อมูลและคำแนะนำทางการแพทย์: นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ (หมอเจด) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา (จากโพสต์ให้ความรู้ทาง Facebook: หมอเจด)
เกณฑ์การจัดจานอาหาร: Diabetes Plate Method (สมาคมเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา - ADA)

โฉมใหม่ น้ำมะเขือเทศ"ดอยคำ" ปรับสูตรและฉลาก ตอกย้ำแนวคิด "True to Nature"

ลุคนี้สวยลืมอายุ "คิมฮเยซู" ภาพล่าสุด วัย 56 ปี แทบไม่เชื่อสายตา

"กกพ. มีมติคงค่าไฟงวดปลายปี 69 ไว้ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย"

หยุดหักดิบ "หมอเจด" เผยเคล็ดลับกินแป้งยังไงให้น้ำตาลนิ่ง
















