ยืดกล้ามเนื้อเช้า-เย็น ให้ผลต่างกัน ที่สายสุขภาพควรรู้

การยืดกล้ามเนื้อไม่ใช่แค่ “ยืดให้ได้” แต่ต้อง “ยืดให้ถูกเวลา” เพราะแต่ละช่วงของวันส่งผลต่อร่างกายแตกต่างกัน ทั้งการปลุกพลัง ลดการบาดเจ็บ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
ยืดกล้ามเนื้อให้ถูกเวลา ดีกว่ายืดทั้งวัน! เลือกช่วงให้ใช่ ร่างกายได้ผลลัพธ์มากกว่าเดิม
การยืดกล้ามเนื้อเป็นพฤติกรรมที่หลายคนทำจนเคยชิน แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “ช่วงเวลาที่เหมาะสม” เพราะร่างกายในแต่ละช่วงของวันมีสภาพความพร้อมไม่เท่ากัน การเลือกเวลายืดให้ถูกจังหวะ จะช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดอาการปวดเรื้อรัง และช่วยดูแลสุขภาพในระยะยาวได้ดีกว่าที่คิด
🌤️ ยืดกล้ามเนื้อช่วงเช้า – ปลดล็อกร่างกายหลังตื่นนอน
หลังจากนอนหลับยาวหลายชั่วโมง กล้ามเนื้อและข้อต่อมักอยู่ในสภาพตึงตัว การยืดเบา ๆ ตอนเช้าจะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว
ควรทำอย่างไร
เน้นท่าที่เคลื่อนไหวช้า ไม่ฝืน เช่น ยืดแขนเหนือศีรษะ บิดลำตัว หมุนคอและไหล่
ผลที่ได้
ช่วยลดอาการหลังแข็ง คอเมื่อย และทำให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมเริ่มวันใหม่
🏃♂️ ยืดก่อนทำกิจกรรมหรือออกกำลังกาย – เตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อมใช้งาน
ช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงการยืดค้างนิ่ง เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรเลือกการยืดแบบเคลื่อนไหวแทน
ควรทำอย่างไร
เหวี่ยงแขน แกว่งขา หมุนสะโพก หรือเดินยกเข่าสลับ
ผลที่ได้
ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ลดโอกาสกล้ามเนื้อฉีกหรือข้อแพลง
💪 ยืดหลังออกกำลังกาย – ลดตึง ลดล้า
หลังออกกำลังกาย กล้ามเนื้อมีอุณหภูมิสูงและยืดได้ดีที่สุด การยืดในช่วงนี้ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
ควรทำอย่างไร
ยืดแบบค้างนิ่ง ท่าละ 20–30 วินาที พร้อมควบคุมลมหายใจ
ผลที่ได้
ลดอาการปวดเมื่อยหลังออกกำลังกาย และช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บสะสม
🌙 ยืดก่อนนอน – คลายเครียดทั้งกายและใจ
เหมาะสำหรับคนทำงานหนัก นั่งนาน หรือใช้ร่างกายมาทั้งวัน
ควรทำอย่างไร
เลือกท่าที่ผ่อนคลาย เช่น ก้มแตะปลายเท้า ท่าโยคะเบา ๆ ใช้เวลาไม่นาน
ผลที่ได้
ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดความเครียด และส่งเสริมการนอนหลับที่มีคุณภาพ
🔎 สรุป
การยืดกล้ามเนื้อจะได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่แค่ทำให้ครบ แต่ต้องทำให้ “ถูกช่วง” หากจัดเวลาให้เหมาะกับกิจวัตรประจำวัน จะช่วยให้ร่างกายยืดหยุ่น แข็งแรง และห่างไกลอาการปวดเมื่อยได้มากขึ้น
แหล่งที่มาอ้างอิง
American College of Sports Medicine (ACSM)
Mayo Clinic
World Health Organization (WHO)




















