นั่งนานเกินไป เสี่ยง “ไขมันพอกตับ” แม้ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

การนั่งเฉย ๆ มากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน แม้จะดูเป็นเรื่องปกติในชีวิตยุคใหม่ แต่การศึกษาพบว่าพฤติกรรมเหล่านี้เชื่อมโยงกับความเสี่ยงของ “ไขมันพอกตับ”
ในยุคที่การทำงานและกิจกรรมส่วนใหญ่ต้องนั่งอยู่กับที่ ไม่ว่าจะเป็นทำงานหน้าจอ ดูทีวี หรือเล่นเกม หลายคนอาจไม่ทันสังเกตว่าการนั่งนานเกินวันละ 5 ชั่วโมงเป็นประจำอาจส่งผลต่อสุขภาพภายใน โดยเฉพาะ ตับ ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการเผาผลาญและจัดเก็บพลังงานให้กับร่างกาย
ผลการศึกษาจากกลุ่มประชากรจำนวนมากพบว่า ผู้ที่นั่งมากกว่าวันละ 5–10 ชั่วโมง มีโอกาสเป็น โรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ (NAFLD) สูงกว่าผู้ที่นั่งน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน โดยเฉพาะเมื่อรวมกับระดับกิจกรรมทางกายที่ต่ำ ซึ่งทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ลดลงและสะสมในตับมากขึ้น
โรค NAFLD เป็นภาวะที่ไขมันสะสมภายในเซลล์ตับมากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่การอักเสบของตับ ตับแข็ง หรือแม้แต่โรคมะเร็งตับในระยะยาว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรมชีวิต นอกจากนี้ การศึกษาทางคลินิกยังพบว่าโอกาสเป็น NAFLD จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการนั่งประจำวัน แม้ในผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำก็ไม่สามารถชดเชยผลเสียจากการนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานได้ทั้งหมด
แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำให้ลดเวลานั่งนานต่อเนื่อง โดยการลุกขึ้นยืน เดินระหว่างวัน หรือแบ่งเวลาพักสั้น ๆ ทุก 30–60 นาที เพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันและลดภาระตับ นอกจากนี้ การเพิ่มกิจกรรมทางกาย เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือออกกำลังกายเบา ๆ ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับและโรคเมตาบอลิกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนั่งนานได้อีกด้วย



















