เกษตรยั่งยืน

heading-เกษตรยั่งยืน

เตือนเกษตรกรระวัง ไรแดงมันสำปะหลังระบาด

07 ธ.ค. 2565 | 12:50 น.
เตือนเกษตรกรระวัง ไรแดงมันสำปะหลังระบาด

จากอากาศร้อน แห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง เป็นสภาพที่เหมาะต่อการระบาดของไรแดงมันสำปะหลัง ด้านศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ เตือนเกษตรกรเฝ้าระวัง

ภาวะที่อากาศร้อน แห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง เป็นสภาพที่เหมาะต่อการระบาดของไรแดงมันสำปะหลัง  พื้นที่ใดประสบกับภาวะดังกล่าว เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังควรหมั่นสำรวจแปลงปลูก เมื่อเริ่มพบการระบาด จะได้ป้องกันกำจัดทันก่อนที่มันสำปะหลังแสดงอาการรุนแรงซึ่งกระทบต่อการให้ผลผลิต

การระบาดของไรแดงมันสำปะหลัง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไรแดงหม่อน หรือไรแดงมันสำปะหลัง (Mulberry red mite : Tetranychus truncatus Ehara) :   เป็นศัตรูที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของมันสำปะหลัง ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่ที่บริเวณใต้ใบและสร้างเส้นใยอยู่เหนือผิวใบบริเวณที่ไรดูดทำลายอยู่ ผลของการดูดกินน้ำเลี้ยงของไรตรงบริเวณใต้ใบ มีผลทำให้หน้าใบเกิดจุดประด่างขาว โดยเฉพาะตามแนวเส้นใบ ต่อมาขยายแผ่กว้างขึ้น ทำให้หน้าใบทั้งหมดมีสีขาวซีด ใบกระด้าง กรอบ หากระบาดรุนแรง ใบร่วงหลุดจากต้น

การระบาดของไรแดงมันสำปะหลัง

นอกจากไรแดงมันสำปะหลัง อาจพบการระบาดของไรแมงมุมคันซาวาและไรแดงชมพู่

ไรแมงมุมคันซาวา (Kanzawa spider mite : Tetranychus kanzawa Kishida) :  ลักษณะตัวกลมรูปไข่ ลำตัวสีแดงสด สองข้างลำตัวมีแถบสีดำ มีตาเป็นจุดสีแดงอยู่บนสันหลังด้านข้างลำตัวทั้งสองข้าง ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่ที่บริเวณใต้ใบ โดยสร้างใยปกคลุมผิวใบบริเวณที่ไรอยู่อาศัยรวมกัน ใบมันสำปะหลังที่ถูกทำลาย เกิดปื้นแดง ไหม้เป็นสีน้ำตาลและขาดทะลุ ชงักการเจริญเติบโต

การระบาดของไรแดงมันสำปะหลัง

ไรแดงชมพู่ (Rose apple red mite : Oligonychus biharensis Hirst) ไรชนิดนี้เป็นศัตรูของไม้ผลและไม้ดอก ในมันสำปะหลัง พบระบาดเป็นครั้งคราว ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงด้านหน้าใบ เกิดเป็นจุดประสีด่างขาว ใบแห้ง หลุดร่วงได้ ไรชนิดนี้ไม่สร้างเส้นใย 

หากการระบาดไม่รุนแรง เก็บใบมันสำปะหลังที่พบไร ไปเผาทำลาย กรณีที่มีการระบาดรุนแรง กลุ่มกีฏวิทยา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำชนิดและอัตราของสารฆ่าไรที่มีประสิทธิภาพในการกำจัด ดังนี้

– ไพริดาเบน (pyridaben) 20% ดับบลิวพี อัตรา 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร

– เฟนบูทาติน ออกไซด์ (fenbutatin oxide) 55% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร

– สไปโรมีซิเฟน (spiromesifen) 24% เอสซี อัตรา 6 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร

– เตตราไดฟอน (tetradifon) 7.25% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร

– อามีทราซ (amitraz) 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร

ในการใช้สารฆ่าไร พ่นให้ทั่วบริเวณใต้ใบและหลังใบ พ่นสารเฉพาะบริเวณที่พบการทำลายของไรเท่านั้น ไม่ควรพ่นสารชนิดเดียวกันติดต่อกันเกิน 3 ครั้ง ควรสลับชนิดสารเพื่อป้องกันการต้านทานต่อสาร

การระบาดของไรแดงมันสำปะหลัง

สนับสนุนโดย : ปุ๋ยทิพย์

ปุ๋ยทิพย์

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

วงการละครจีนระอุ ทางการสั่งลุยปราบ หลัง "ล่าหยก" โดนวิจารณ์หนัก

วงการละครจีนระอุ ทางการสั่งลุยปราบ หลัง "ล่าหยก" โดนวิจารณ์หนัก

ชายนั่งถอนหญ้าอยู่ดีๆ พบ "ขาทารก" ตกใจรีบแจ้ง ตร. สุดท้ายคดีพลิก

ชายนั่งถอนหญ้าอยู่ดีๆ พบ "ขาทารก" ตกใจรีบแจ้ง ตร. สุดท้ายคดีพลิก

หนุ่มติดหูดหงอนไก่ แต่ไม่เคยจ้ำจี้ รู้ว่าติดยังไง บอกเลยดวงซวย

หนุ่มติดหูดหงอนไก่ แต่ไม่เคยจ้ำจี้ รู้ว่าติดยังไง บอกเลยดวงซวย

ราชกิจจาฯ ประกาศเพิ่มสินค้าควบคุม 3 รายการ เป็นเวลา 1 ปี

ราชกิจจาฯ ประกาศเพิ่มสินค้าควบคุม 3 รายการ เป็นเวลา 1 ปี

ชายวัย 58 ดื่มน้ำหลังตื่นทุกวัน หวังบำรุงไต สุดท้ายพบจุดจบเศร้า

ชายวัย 58 ดื่มน้ำหลังตื่นทุกวัน หวังบำรุงไต สุดท้ายพบจุดจบเศร้า