ไลฟ์สไตล์

"เตือน 5 แสนราย" รีบยืนยันสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 ก่อนชดเชยไม่ทัน พลาดเงินงวดแรก

07 ก.ย. 2569 | 17:11 น.
"เตือน 5 แสนราย" รีบยืนยันสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 ก่อนชดเชยไม่ทัน พลาดเงินงวดแรก

อัปเดตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ "เตือนระวังพลาดเงินงวดแรก" รัฐบาลเตือน 5 แสนรายยังไม่ยืนยันตัวตน สวัสดิการแห่งรัฐปี 69 ย้ำเดดไลน์สำคัญก่อนพลาดรับเงินงวดแรก

"เตือนระวังพลาดเงินงวดแรก" รัฐบาลย้ำ ผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ รายใหม่กว่า 5 แสนรายยังไม่ e-KYC ต้องการเริ่มใช้สิทธิ 1 ต.ค. ให้ดำเนินการภายใน 30 ก.ย. ผู้ทบทวนส่งเอกสารได้ถึง 20 ก.ย.

 

 

"เตือน 5 แสนราย" รีบยืนยันสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 ก่อนชดเชยไม่ทัน พลาดเงินงวดแรก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (7 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอเน้นย้ำประชาชนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ให้ตรวจสอบสถานะและดำเนินการให้ถูกต้องตามกลุ่มของตน โดยเฉพาะผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) และต้องการเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ควรยืนยันตัวตนให้สำเร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อไม่ให้การเริ่มรับสิทธิล่าช้า

 

"เตือน 5 แสนราย" รีบยืนยันสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 ก่อนชดเชยไม่ทัน พลาดเงินงวดแรก

ข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 พบว่า ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตนมีจำนวน 3,139,886 ราย ในจำนวนนี้มาดำเนินการแล้ว 2,639,799 ราย แบ่งเป็นยืนยันตัวตนสำเร็จ 2,613,730 ราย และยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ 26,069 ราย ขณะที่ยังมีผู้ที่ไม่ได้ดำเนินการอีก 500,087 ราย ซึ่งรัฐบาลขอให้กลุ่มที่ยังไม่ได้ดำเนินการและกลุ่มที่ยืนยันไม่สำเร็จรีบตรวจสอบสถานะ โดยเฉพาะผู้ที่ประสงค์จะเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 

นางสาวลลิดา กล่าวว่า เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนเรื่องกำหนดเวลา ขอให้แยกการดำเนินการตามสถานะออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม จำนวน 6,366,645 ราย ซึ่งผ่านคุณสมบัติและเคยยืนยันตัวตนในระบบแล้ว ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่

 

กลุ่มที่สอง ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ระบบระบุว่าต้องยืนยันตัวตน จำนวน 3,139,886 ราย ต้องดำเนินการ e-KYC ให้สำเร็จ โดยหากต้องการเริ่มใช้สิทธิงวดแรกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

 

กลุ่มที่สาม ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และได้ยื่นคำขอทบทวนสิทธิภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 แล้ว หากยังมีข้อมูลที่ต้องแก้ไขหรือเอกสารที่ต้องส่งเพิ่มเติม สามารถติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูลหรือศูนย์ประสานงาน One Stop Service (OSS) ระดับอำเภอหรือเขตได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ก่อนกระทรวงการคลังประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 30 กันยายน 2569

 

“ขอให้ประชาชนตรวจสอบสถานะของตนก่อนดำเนินการ เพราะผู้มีสิทธิเดิมไม่ต้อง e-KYC ใหม่ทุกคน ขณะที่ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ซึ่งระบบแจ้งว่าต้องยืนยันตัวตน หากต้องการเริ่มใช้สิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม ควรดำเนินการให้สำเร็จภายในวันที่ 30 กันยายน ส่วนวันที่ 20 กันยายน เป็นกำหนดสำหรับการแก้ไขข้อมูลหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมของผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิไว้แล้ว ไม่ใช่การเปิดรับคำขอทบทวนสิทธิรอบใหม่” นางสาวลลิดา กล่าว

 

สำหรับการยืนยันตัวตน ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่สามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยผู้ที่ไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ตามหลักเกณฑ์และเอกสารที่กำหนด

 

ผู้ที่ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว ควรตรวจสอบให้สถานะปรากฏเครื่องหมายถูกสีเขียวครบทั้ง 3 จุด ส่วนผู้ที่ดำเนินการผ่านธนาคารควรตรวจสอบหลักฐานให้แน่ใจว่าระบบแสดงผลยืนยันตัวตนสำเร็จ หากพบว่ายืนยันไม่สำเร็จ ควรตรวจสอบสาเหตุและดำเนินการใหม่โดยเร็ว

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นกำหนดสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 ตุลาคม ไม่ใช่วันปิดการยืนยันตัวตนทุกช่องทาง โดยธนาคารกรุงไทยและแอปพลิเคชันเป๋าตังยังเปิดให้ยืนยันตัวตนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 ขณะที่ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ การเริ่มได้รับสิทธิจะเป็นไปตามเงื่อนไขและรอบเวลาที่โครงการกำหนด

 

“ขณะนี้ยังมีผู้ที่ระบบระบุว่าต้องยืนยันตัวตนแต่ยังไม่ได้ดำเนินการ 500,087 ราย และอีก 26,069 รายที่ดำเนินการแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ รัฐบาลจึงขอให้รีบตรวจสอบและดำเนินการให้เรียบร้อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เพื่อให้ได้รับสิทธิตามรอบโดยไม่ล่าช้า” นางสาวลลิดา กล่าว

 

ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือสอบถามระบบยืนยันการลงทะเบียนได้ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทร. 0 2126 5900 ต่อ 30353–30355 สอบถามงานทะเบียนและบัตรได้ที่สายด่วนกระทรวงมหาดไทย 1548 และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0 2109 2345

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

พระครูอ๊อดจับมือเทศบาลเชียงใหม่ เร่งย้าย 13 สุนัขเสียงดัง

พระครูอ๊อดจับมือเทศบาลเชียงใหม่ เร่งย้าย 13 สุนัขเสียงดัง

กระบะสาวสุดกลั้น ขับฝ่าสายฝน เลี้ยวเข้ามูลนิธิให้ช่วยทำคลอดฉุกเฉิน

กระบะสาวสุดกลั้น ขับฝ่าสายฝน เลี้ยวเข้ามูลนิธิให้ช่วยทำคลอดฉุกเฉิน

มีผลทันที คำสั่งใหม่ ถึงตร.จราจรทั่วประเทศ ให้ปรับแบบขั้นบันได

มีผลทันที คำสั่งใหม่ ถึงตร.จราจรทั่วประเทศ ให้ปรับแบบขั้นบันได

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนสภาพอากาศ เช็กพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ถึง 28 ต.ค. 2569

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนสภาพอากาศ เช็กพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ถึง 28 ต.ค. 2569

รัฐบาลเตรียมขยาย “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ถึง 31 ธ.ค. 2570

รัฐบาลเตรียมขยาย “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ถึง 31 ธ.ค. 2570