เครื่องซักผ้าควรล้างไหม? นานเท่าไหร่ถึงจะทำได้เช็กเลย

หมดปัญหาซักผ้าไม่สะอาด แนะนำวิธีกำจัดคราบสกปรกฝังแน่นในถังซักด้วยของใกล้ตัว และระยะเวลาที่ควรจ้างช่างมาล้างใหญ่ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น
หลายคนมักคิดว่า "เครื่องซักผ้า" เป็นเครื่องมือที่ทำความสะอาดเสื้อผ้าของเราให้สะอาดเอี่ยมอยู่เสมอ ตัวถังด้านในก็คงจะสะอาดตามไปด้วย แต่ในความเป็นจริงคราบสกปรกที่ถูกชะล้างออกจากเสื้อผ้า เศษขุยผ้า คราบน้ำยาปรับผ้านุ่ม และไขมันจากร่างกายมนุษย์ ไม่ได้ไหลลงท่อไปทั้งหมด แต่มันกลับไปสะสมและฝังตัวอยู่ตามซอกหลืบที่มองไม่เห็น!
หากคุณเริ่มรู้สึกว่า ผ้าที่เพิ่งซักเสร็จมีกลิ่นอับชื้น มีคราบแผ่นดำๆ เล็กๆ ติดมาตามเสื้อผ้า หรือมีอาการคันยิบๆ เวลาสวมใส่ นั่นคือสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตว่า "เครื่องซักผ้าของคุณสกปรกเกินเยียวยาแล้ว" ถังซักผ้าที่ใช้งานเป็นประจำแต่ไม่เคยล้างเลย จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียชั้นดี เนื่องจากมีความชื้นและคราบสบู่สะสมอยู่ตลอดเวลา การฝืนใช้งานต่อไปนอกจากจะทำให้ผ้าเหม็นอับไม่สะอาดแล้ว ยังเสี่ยงต่อโรคผิวหนัง ผื่นคัน และโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจอีกด้วย
ระยะเวลาในการทำความสะอาดเครื่องซักผ้า สามารถแบ่งออกได้ตามลักษณะการใช้งานและประเภทของการล้าง ดังนี้:
1. การทำความสะอาดเบื้องต้น (ทำได้ทุก 1 - 2 เดือน)
สำหรับบ้านที่ซักผ้าเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ควรทำความสะอาดระบบถังซักเบื้องต้นเพื่อล้างคราบสกปรกฝังแน่นไม่ให้ก่อตัว
- วิธีทำ: เปิดโหมด Tub Clean (ล้างถังซัก) ที่ติดมากับเครื่อง หรือหากไม่มี ให้ตั้งโปรแกรมซักผ้าตามปกติด้วยน้ำร้อน แล้วใส่ผงล้างถังซักผ้า น้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดาลงไป เพื่อช่วยสลายคราบสบู่และฆ่าเชื้อโรค
2. การล้างใหญ่โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ (ควรทำทุก 1 - 2 ปี)
ต่อให้เราล้างถังซักเองบ่อยแค่ไหน ก็ยังมีซอกมุมด้านหลังถังปั่นที่น้ำยาล้างถังเข้าไปไม่ถึง การจ้างช่างระบบมา "ถอดถังซักออกมาล้างภายนอก" จึงเป็นสิ่งจำเป็น
- คำแนะนำ: ควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี ช่างจะถอดโครงถังปั่นออกมาฉีดน้ำแรงดันสูง ขัดคราบตะกรันและราดำออกจนเกลี้ยง ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์เครื่องซักผ้าได้ดีที่สุดด้วย
4 ทริกง่ายๆ ช่วยเซฟเครื่องซักผ้าไม่ให้เน่าไว
- เปิดฝาทิ้งไว้หลังซักเสร็จ: หลังใช้งานเสร็จทุกครั้ง ห้ามปิดฝาเครื่องทันที ควรเปิดฝาทิ้งไว้ซัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้อากาศถ่ายเทและระบายความชื้น ป้องกันการเกิดเชื้อรา
- ทำความสะอาดฟิลเตอร์ดักขุยผ้า: ควรถอดถุงตาข่ายหรือกล่องดักเศษขุยผ้าภายในถังออกมาเคาะเศษทิ้งและล้างน้ำสะอาด สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- เช็ดขอบยางประตู (สำหรับฝาหน้า): ตัวกักเก็บน้ำขังและราดำชั้นดีคือร่องขอบยาง หลังซักเสร็จควรใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาดเสมอ
- อย่าใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป: น้ำยาปรับผ้านุ่มมีส่วนผสมของไขมันสัตว์ หากใส่เกินความจำเป็นจะกลายเป็นคราบเหนียวเกาะติดแน่นอยู่รอบถังซักชั้นนอก ยิ่งสะสมสิ่งสกปรกได้ง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว

อ้างเงินดีจนหยุดไม่ได้! รวบคู่รักค้ายา ยึดยาบ้ากว่า 1,800 เม็ด

หยุดขำแล้วเช็กด่วน! เปิดสาเหตุทำไมสุนัขกัดหางตัวเอง

สำเนาถูกต้อง "ชาคริต" เทียบภาพลูกชาย วัย 8 ขวบ DNA ความหล่อเป๊ะ

ฉายแววนางเอก! "น้องโสน" ลูกสาวพ่อมอส ในชุดเดรสฟ้า ยิ่งโตยิ่งสวย
















