ไลฟ์สไตล์

เตือนแม่บ้าน ข้ามขั้นตอนการผึ่งผัก ระวังได้กะหล่ำปลีเน่าจากข้างใน

27 พ.ค. 2569 | 19:32 น.
เตือนแม่บ้าน ข้ามขั้นตอนการผึ่งผัก ระวังได้กะหล่ำปลีเน่าจากข้างใน

ซื้อมาห้ามเอาเข้าตู้เย็นทันที ทำไมวิทยาศาสตร์อาหารจึงแนะนำว่า "อย่าเพิ่งแช่ตู้เย็นทันที"? นี่คือ 3 เหตุผลหลักแบบเจาะลึกพร้อมที่มาที่ตรวจสอบได้จริงค่ะ

ซื้อมาห้ามเอาเข้าตู้เย็นทันที มาไขคำตอบกันค่ะ ซื้อ "กะหล่ำปลี" มา... ทำไมถึงห้ามแช่ตู้เย็นทันที? เจาะลึกเหตุผลทางวิทยาศาสตร์อาหารที่แม่บ้านต้องรู้

เตือนแม่บ้าน ข้ามขั้นตอนการผึ่งผัก ระวังได้กะหล่ำปลีเน่าจากข้างใน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กะหล่ำปลีห้ามแช่ตู้เย็น เวลาเราไปจ่ายตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วซื้อ "กะหล่ำปลี" กลับมาบ้าน สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำทันทีคือการจับยัดเข้าตู้เย็นเพราะคิดว่าจะช่วยรักษาความสดใหม่ แต่รู้หรือไม่คะว่า การแช่ตู้เย็น "ทันที" โดยไม่ได้ตรวจเช็กหรือเตรียมผิวของผักให้ดี อาจกลายเป็นการเร่งให้กะหล่ำปลีเน่าเสียเร็วขึ้น แถมยังเสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อโรคอีกด้วย

 

เตือนแม่บ้าน ข้ามขั้นตอนการผึ่งผัก ระวังได้กะหล่ำปลีเน่าจากข้างใน

ทำไมวิทยาศาสตร์อาหารจึงแนะนำว่า "อย่าเพิ่งแช่ตู้เย็นทันที"? นี่คือ 3 เหตุผลหลักแบบเจาะลึกพร้อมที่มาที่ตรวจสอบได้จริงค่ะ

 

1. ดักจับ "ความชื้นส่วนเกิน" (Excess Moisture) ต้นเหตุของเชื้อรา

กะหล่ำปลีที่เพิ่งซื้อมามักจะมีละอองน้ำจากการฉีดพ่นเพื่อรักษาความสดของร้านค้า หรือมีความชื้นแฝงอยู่ตามซอกใบ หากเรานำไปแช่ตู้เย็นทันที ความเย็นจะไปกลั่นตัวเป็นหยดน้ำสะสมอยู่ภายในถุงพลาสติกหรือตามซอกใบกะหล่ำปลี

ความชื้นที่อับทึบในอุณหภูมิตู้เย็นคือ "สวรรค์ของเชื้อราและแบคทีเรีย" โดยเฉพาะเชื้อรากลุ่ม Botrytis cinerea ที่ทำให้ผักเกิดโรคเน่าเละ (Gray Mold) ทำให้กะหล่ำปลีช้ำและเน่าจากข้างในออกข้างนอกอย่างรวดเร็ว

 

2. ปล่อยให้ผัก "หายใจ" และปรับอุณหภูมิ (Respiration Rate)

กะหล่ำปลีเป็นผักที่ยังมีชีวิตและมี "อัตราการหายใจ" อยู่ การนำผักที่เพิ่งผ่านความร้อนจากอุณหภูมิภายนอกเข้าตู้เย็นที่มีความเย็นจัดทันที จะทำให้เกิดสภาวะ Cold Shock หรือผิวผักปรับตัวไม่ทัน ก่อให้เกิดหยดน้ำเกาะรอบตัวผักหนาแน่นขึ้น

ทางที่ถูกต้องคือ ควรนำมาผึ่งลมในที่ร่มและแห้งสักพัก เพื่อให้ผิวภายนอกสะเด็ดน้ำและอุณหภูมิคลายตัวลงก่อน

 

3. เลี่ยงการแพร่กระจายของ "สารพิษตกค้างและเชื้อโรค"

ใบชั้นนอกสุดของกะหล่ำปลีคือส่วนที่สัมผัสกับดิน ฝุ่น สารเคมี และมือของผู้คนมากมาย หากซื้อมาแล้วจับยัดเข้าตู้เย็นทันทีโดยไม่แกะพลาสติกหรือตรวจเช็ก ใบที่ช้ำหรือเน่าเสียอยู่แล้วจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Listeria monocytogenes ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้แม้ในอุณหภูมิตู้เย็น และอาจปนเปื้อนไปยังอาหารชนิดอื่นในตู้เย็นได้คะ


วิธีจัดการกะหล่ำปลีที่ถูกต้องก่อนเข้าตู้เย็น (สูตรแม่บ้านมือโปร)

แกะและผึ่ง: นำกะหล่ำปลีออกจากถุงพลาสติกเดิมที่ซื้อมา ผึ่งลมในที่ร่มให้แห้งสนิท

ลอกใบเสีย: ลอกใบเลี้ยงเดี่ยวชั้นนอกสุดที่ช้ำหรือสกปรกออก (แต่อย่าเพิ่งล้างน้ำเด็ดขาดหากยังไม่กิน เพราะน้ำจะเข้าไปขังตามซอกใบทำให้เน่า)

ห่อด้วยกระดาษ: ใช้กระดาษทิชชูแผ่นใหญ่สำหรับงานครัว (Paper Towel) หรือกระดาษหนังสือพิมพ์สะอาด ห่อหัวกะหล่ำปลีไว้เพื่อช่วยดูดซับความชื้นส่วนเกิน

ใส่ถุงเจาะรู: นำใส่ในถุงซิปล็อกหรือถุงพลาสติกที่เจาะรูระบายอากาศ แล้วจึงนำไปแช่ในช่องแช่ผัก วิธีนี้จะช่วยให้อยู่ได้นานเป็นเดือนโดยไม่เน่าเละค่ะ

 

ที่มาและแหล่งอ้างอิงข้อมูล (ความจริงตรวจสอบได้)

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล: ข้อมูลด้านการจัดการและล้างผักผลไม้อย่างปลอดภัยเพื่อลดสารเคมีและเชื้อจุลินทรีย์

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.): คำแนะนำเรื่องการเก็บรักษาอาหารและอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อป้องกันเชื้อ Listeria ในตู้เย็น

Department of Food Science (วิทยาศาสตร์การอาหาร): งานวิจัยเรื่องอัตราการหายใจของพืชผักตระกูลกะหล่ำและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest Management)
 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

เปิดห้องพระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช ร่วมเฉลิมฉลองมรดกโลก

เปิดห้องพระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช ร่วมเฉลิมฉลองมรดกโลก

หนุ่มแวะงีบในปั๊มน้ำมัน ก่อนฝันชวนขนลุก ชาวเน็ตแห่ถามทะเบียน

หนุ่มแวะงีบในปั๊มน้ำมัน ก่อนฝันชวนขนลุก ชาวเน็ตแห่ถามทะเบียน

โรงไม้ดัง ไปต่อไม่ไหว ครอบครัวปิดกิจการ คนงาน 300 ชีวิตลอยเคว้ง

โรงไม้ดัง ไปต่อไม่ไหว ครอบครัวปิดกิจการ คนงาน 300 ชีวิตลอยเคว้ง

ทำบุญโลงศพ ทำไมถึงได้อานิสงส์มากที่สุด วันนี้รู้คำตอบ

ทำบุญโลงศพ ทำไมถึงได้อานิสงส์มากที่สุด วันนี้รู้คำตอบ

เปิดดวง 2 ราศี ชะตาเปลี่ยนรับโชคใหญ่ พลิกรับทรัพย์ท้ายเดือน

เปิดดวง 2 ราศี ชะตาเปลี่ยนรับโชคใหญ่ พลิกรับทรัพย์ท้ายเดือน