ไลฟ์สไตล์

ทำไมการกอดต้นไม้-อาบป่า ถึงช่วยรักษาโรคหมดไฟได้จริง

25 พ.ค. 2569 | 14:21 น.
ทำไมการกอดต้นไม้-อาบป่า ถึงช่วยรักษาโรคหมดไฟได้จริง

4 สิ่งนี้ช่วยคนหมดไฟได้จริง ธรรมชาติฮีลใจ ทำไมการกอดต้นไม้-อาบป่า ช่วยคนหมดไฟได้ เผยวิทย์เบื้องหลังศาสตร์อาบป่า สูดสารบำบัด ถ่ายประจุลบลงดิน รีเซ็ตสมองพังให้พ้นโรคหมดไฟ

4 สิ่งนี้ช่วยคนหมดไฟได้จริง ธรรมชาติช่วยฮีลใจได้ ยาหม้อใหญ่จากธรรมชาติ เมื่อเทรนด์อาบป่าญี่ปุ่นมาบรรจบกับความเชื่อเรื่องรุกขเทวดา

 

ในยุคที่หันไปทางไหนก็เจอแต่คนบ่นว่าหมดไฟ (Burnout) เหนื่อยล้าสะสมจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนวันละหลายชั่วโมง คนเมืองจำนวนมากกำลังพยายามมองหาวิธีการฟื้นฟูจิตใจที่มากกว่าแค่การนอนหลับ
 

ทำไมการกอดต้นไม้-อาบป่า ถึงช่วยรักษาโรคหมดไฟได้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลกคือ "ชินริน-โยกุ" (Shinrin-yoku) หรือ "การอาบป่า" ศาสตร์การแพทย์ทางเลือกจากประเทศญี่ปุ่น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเราลองแกะแก่นแท้ของศาสตร์นี้ดูดีๆ มันมีความคล้ายคลึงกับวิถีความเชื่อโบราณของไทยอย่างการเคารพ "รุกขเทวดา" หรือการขอขมาผืนป่าอย่างไม่น่าเชื่อ


นี่ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่คือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาที่ช่วยเยียวยาร่างกายและจิตใจของคนทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม

 

4 กลไกธรรมชาติบำบัด ทำไมการกอดต้นไม้จึงรักษาโรคหมดไฟได้จริง

 

1. ศาสตร์แห่งการกอดต้นไม้ กับการรับสาร "ไฟทอนไซด์" (Phytoncides)

ความเชื่อโบราณมักบอกว่า การไปกอดต้นไม้ใหญ่หรือการเข้าไปในป่าศักดิ์สิทธิ์จะทำให้เราได้รับพลังงานชีวิตอันบริสุทธิ์จากรุกขเทวดา

 

ในทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏการณ์นี้อธิบายได้ด้วยสารที่ชื่อว่า "ไฟทอนไซด์" (Phytoncides) ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ต้นไม้ปล่อยออกมาเพื่อปกป้องตัวเองจากแมลงและเชื้อโรค เมื่อมนุษย์เข้าไปเดินในป่า สูดดม หรือเอาตัวไปสัมผัสใกล้ชิดกับต้นไม้ สารนี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Natural Killer (NK Cells) ซึ่งมีหน้าที่เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดความดันโลหิต และลดระดับฮอร์โมนความเครียดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความรู้สึกตึงเครียดจากการทำงานบรรเทาลง

 

2. การเดินเท้าเปล่าสัมผัสดิน (Earthing) เพื่อถ่ายประจุลบ

คนโบราณมักสอนให้เราถอดรองเท้าเมื่อเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์หรือผืนป่าธรรมชาติ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและขอขมาพระแม่ธรณี

 

ทำไมการกอดต้นไม้-อาบป่า ถึงช่วยรักษาโรคหมดไฟได้จริง

แต่ในมุมของฟิสิกส์และการแพทย์ทางเลือก สิ่งนี้เรียกว่า "Earthing" หรือ "Grounding" เนื่องจากในชีวิตประจำวัน คนเมืองต้องอยู่ท่ามกลางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สัญญาณไวไฟ และมลพิษ ทำให้ร่างกายสะสมประจุไฟฟ้าบวกมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการอักเสบในร่างกาย นอนไม่หลับ และเหนื่อยล้าเรื้อรัง การเดินเท้าเปล่าบนผืนดินหรือผืนหญ้าธรรมชาติ จะช่วยให้ร่างกายได้ถ่ายเทประจุไฟฟ้าส่วนเกินนั้นลงสู่ดิน และรับประจุลบจากธรรมชาติกลับคืนมา ช่วยปรับสมดุลระบบประสาทให้กลับมาเสถียรอีกครั้ง

 

3. "การขอขมาธรรมชาติ" กุศโลบายเพื่อฝึกสติและลดอัตตา (Ego)

 

พิธีกรรมโบราณก่อนจะเข้าป่าล่าสัตว์หรือตัดไม้ มักจะต้องมีการเซ่นไหว้ ไหว้เจ้าป่าเจ้าเขา หรือการขอขมาต้นไม้ใหญ่ ซึ่งหากมองลึกลงไป สิ่งนี้คือกระบวนการทางจิตวิทยาที่ชาญฉลาดในการลดอีโก้ (Ego) ของมนุษย์


การตระหนักรู้ว่าตัวเราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ท่ามกลางจักรวาลและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ช่วยให้จิตใจที่กำลังว้าวุ่นอยู่กับปัญหาของตัวเอง (เช่น เรื่องงาน ยอดขาย หรือคำนินทา) เกิดความสงบลงชั่วขณะ เป็นการดึงสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ (Mindfulness) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบำบัดความเครียดในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและภาวะหมดไฟ

 

4. ปรับคลื่นสมองด้วย "เสียงสีเขียว" และทัศนียภาพธรรมชาติ

การอยู่ในป่าไม่ได้มีเพียงแค่การมองเห็น แต่รวมถึงการฟังเสียงลมพัดใบไม้ เสียงนก และเสียงน้ำไหล ความเชื่อดั้งเดิมระบุว่าเสียงเหล่านี้คือบทเพลงของเหล่านางไม้หรือเทวดาที่ช่วยชุบชูจิตใจ


นักประสาทวิทยาศาสตร์พบว่า เสียงธรรมชาติเหล่านี้มีคลื่นความถี่ที่เรียกว่า Pink Noise ซึ่งช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ และเปลี่ยนคลื่นสมองของมนุษย์จากคลื่นเบต้า (Beta Waves) ที่เป็นคลื่นแห่งความตื่นตระหนกและคิดงาน ตกลงมาสลายตัวเป็นคลื่นอัลฟ่า (Alpha Waves) ซึ่งเป็นคลื่นแห่งความผ่อนคลายและเกิดความคิดสร้างสรรค์


ไม่ว่าคุณจะเรียกสิ่งนี้ว่าการไปกราบไว้ขอพรจากรุกขเทวดาตามความเชื่อดั้งเดิม หรือเรียกว่าการไป "อาบป่า" เพื่อบำบัดร่างกายตามหลักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ปลายทางของทั้งสองสิ่งนี้คือเรื่องเดียวกัน


นั่นคือการพามนุษย์ออฟฟิศที่เหนื่อยล้า กลับไปเชื่อมต่อกับธรรมชาติที่เป็นต้นกำเนิดของชีวิต หากวันหยุดนี้คุณรู้สึกหมดพลัง ลองหาเวลาไปสวนสาธารณะใหญ่ๆ หรือผืนป่าใกล้บ้าน ถอดรองเท้าสัมผัสหญ้า สูดหายใจลึกๆ และลองเอามือประคองกอดต้นไม้ใหญ่ดูสักครั้ง ร่างกายและจิตใจของคุณอาจจะได้รับ "ยาดี" ที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อเลยแม้แต่บาทเดียว
 

ติดตามเราได้ที่เพจไทยมู(ThaiMu)

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

รู้แล้วเป็นใคร สาวปริศนาลอยแม่น้ำแควใหญ่ น้องสาวเข้ายืนยันDNA

รู้แล้วเป็นใคร สาวปริศนาลอยแม่น้ำแควใหญ่ น้องสาวเข้ายืนยันDNA

จุดแข็ง "บ้านชาวไทย"มีดียังไงบ้าง? ตอบโจทย์ชีวิตคนไทยทุกวัย

จุดแข็ง "บ้านชาวไทย"มีดียังไงบ้าง? ตอบโจทย์ชีวิตคนไทยทุกวัย

โบกมือลา "หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ" ตีพิมพ์ฉบับสุดท้าย 31 ก.ค. พร้อมสาเหตุ

โบกมือลา "หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ" ตีพิมพ์ฉบับสุดท้าย 31 ก.ค. พร้อมสาเหตุ

"เทศกาลผลไม้ GI" โชว์อัตลักษณ์ผลไม้ไทย การันตีคุณภาพความอร่อยที่ไม่เป็นรองใคร

"เทศกาลผลไม้ GI" โชว์อัตลักษณ์ผลไม้ไทย การันตีคุณภาพความอร่อยที่ไม่เป็นรองใคร

สถิติ 7 โรคร้ายที่คนไทยเป็นมากที่สุด แถมค่ารักษาสูงพุ่งแตะล้าน

สถิติ 7 โรคร้ายที่คนไทยเป็นมากที่สุด แถมค่ารักษาสูงพุ่งแตะล้าน