เปิดสูตร "4จ." รับมืองูพิษกัด พร้อมขั้นตอนปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเพื่อเซฟชีวิต

เปิดสูตร "4จ." รับมืองูพิษกัด เมื่อฤดูฝนเวียนกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่มักจะตามมาพร้อมกับสายฝนและปัญหาน้ำท่วมขังก็คือ "สัตว์มีพิษ" โดยเฉพาะ "งู" ที่มักจะหนีน้ำมาหลบซ่อนตัวตามมุมอับรอบบ้าน
เปิดสูตร "4จ." รับมืองูพิษกัด วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่จะมาแจกแจง สูตร "4จ." ทริคง่ายๆ ในการรับมืออย่างมีสติ พร้อมทั้งขั้นตอนการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง และเช็กลิสต์ข้อห้ามเด็ดขาดที่คุณต้องรู้ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรักในฤดูฝนนี้ครับ
ถอดสูตร "4จ." เมื่อเจอสัตว์มีพิษ / งูกัด
(ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)
เมื่อถูกงูกัด สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ตั้งสติ" แล้วท่องหลัก 4จ. นี้เพื่อจำกัดความรุนแรงของพิษงู
- “จดจำ” : จำลักษณะ สี และรูปร่างของงูที่กัด (หากถ่ายภาพไว้ได้จะดีมาก แต่ห้ามเสียเวลาไล่จับงูเด็ดขาด)
- “จัดการ” : ล้างแผลเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที เพื่อชะล้างพิษที่หลงเหลืออยู่บนผิวหนัง
- “จำกัด” : จำกัดการเคลื่อนไหวของอวัยวะที่ถูกกัด ให้อยู่นิ่งที่สุด เพื่อชะลอไม่ให้พิษซึมเข้ากระแสเลือดเร็วขึ้น
- “แจ้ง 1669” : โทรแจ้งสายด่วนกู้ชีพเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
4 ขั้นตอนการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง (Do's)
- ตั้งสติและล้างแผล (ทำทันทีหลังถูกกัด)
- รีบพาผู้ป่วยออกจากบริเวณที่งูอยู่
- ล้างบาดแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำสบู่เพื่อความสะอาดเบื้องต้น
- จัดท่าทาง & ถอดสิ่งของ (ป้องกันการบวมกดทับ)
ให้ผู้ป่วยนอนราบ วางอวัยวะส่วนที่ถูกกัดให้อยู่ ต่ำกว่าหรือระดับเดียวกับหัวใจ
รีบถอดแหวน กำไล หรือนาฬิกาออกทันที เพราะหากแผลบวม สิ่งของเหล่านี้จะรัดจนเนื้อตาย
ดามอวัยวะให้อยู่นิ่ง (ชะลอพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ)
ใช้ไม้กระดานหรือผ้าหนาๆ ดามบริเวณที่ถูกกัดให้อยู่นิ่งที่สุด คล้ายกับการดามกระดูกหัก เพื่อลดการขยับของกล้ามเนื้อ
รีบส่งโรงพยาบาล (ห้ามให้ผู้ป่วยเดินเอง)
ใช้วิธีพยุงหรือหามผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาล ห้ามให้ผู้ป่วยเดินหรือวิ่งเอง เพราะการขยับจะกระตุ้นให้หัวใจสูบฉีดพิษเข้าสู่ร่างกายเร็วขึ้น
ข้อห้ามเด็ดขาด ความเชื่อผิดๆ ที่อันตรายถึงชีวิต (Don'ts)
- ห้ามขันชะเนาะ (Tourniquet) : การเอาเชือกหรือผ้ามามัดเหนือแผลแน่นๆ หากมัดผิดวิธีหรือแน่นเกินไป จะทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลาย ส่งผลให้เนื้อตายจนต้องตัดแขนหรือตัดขา
- ห้ามใช้ปากดูดพิษ : พิษงูอาจเข้าสู่กระแสเลือดของผู้ช่วยเหลือผ่านแผลในปาก และทำให้แผลของผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียเพิ่มขึ้น
- ห้ามกรีดแผล / ห้ามสาดเหล้าขาว / ห้ามพอกสมุนไพร : การใช้มีดกรีดเปิดแผลหรือเอาสิ่งแปลกปลอมไปพอก จะทำให้แผลติดเชื้อรุนแรงและเสี่ยงต่อการเป็นบาดทะยัก
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟ : เพราะจะไปกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ทำให้พิษงูกระจายตัวเร็วขึ้น และบดบังอาการทางระบบประสาทที่แพทย์ต้องใช้ประเมิน
วิธีป้องกันงูและสัตว์มีพิษเข้าบ้านช่วงหน้าฝน
สัตว์มีพิษมักจะหนีน้ำท่วมขังมาหลบซ่อนในที่แห้งและอบอุ่น สามารถป้องกันได้ดังนี้
- ตัดช่องทางอาหาร: กำจัดเศษขยะและแหล่งอาหารของหนู เพราะถ้าไม่มีหนู งูก็จะไม่มีอาหารและไม่เข้ามาในบ้าน
- เคลียร์มุมอับ: ตัดแต่งกิ่งไม้ ถางหญ้าต้นไม้รอบบ้านให้โล่งเตียน อุดรอยแตกร้าวตามกำแพงและช่องใต้ประตู
- เช็กก่อนสวมใส่: สลัดรองเท้า เสื้อผ้า หรือผ้าเช็ดตัวก่อนใช้งานทุกครั้ง เพราะงูหรือตะขาบมักเข้าไปนอนขดอยู่ด้านใน
- นอนในที่สูง: หลีกเลี่ยงการนอนราบกับพื้นดินในช่วงหน้าฝน แนะนำให้นอนบนเตียงที่ยกสูงจากพื้น
เบอร์โทรสายด่วนน่ารู้:
พบเห็นงูเข้าบ้าน/ต้องการคนช่วยจับ โทร 199 (ดับเพลิงและกู้ภัย)
หากถูกงูกัด/เกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ โทร 1669 (เจ็บป่วยฉุกเฉิน) ทันที

กทม. ลุยดอนเมือง เดินหน้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบุกรุกคูคลองสาธารณะ

เปิดสูตร "4จ." รับมืองูพิษกัด พร้อมขั้นตอนปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเพื่อเซฟชีวิต

ศุภมาส สั่งฟันโซลาร์เซลล์เถื่อน เล็งปูพรมตรวจเข้มทั่วประเทศ

8 ลัคนาราศีเตรียมรับทรัพย์ ดาวพฤหัสย้ายให้โชคใหญ่ 1 ปีเต็ม
















