เหนื่อยฟรี! 7 พฤติกรรมทำความสะอาดบ้านผิดวิธี ยิ่งทำยิ่งสกปรก

เจาะลึก 7 พฤติกรรมทำความสะอาดบ้านผิดวิธีที่ทำให้บ้านไม่สะอาดจริง พร้อมวิธีแก้ไขและเคล็ดลับการจัดบ้านให้ถูกสุขอนามัยเพื่อสุขภาพของคนในครอบครัว
เคยสงสัยไหมครับ? ทั้งที่ราก็ขยันจัดบ้านถูบ้านอยู่เป็นประจำ แต่ทำไมบ้านยังมีกลิ่นอับ แถมฝุ่นยังกลับมาเกาะเร็วเหมือนเดิม บางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ความขยัน แต่อยู่ที่ วิธีทำความสะอาดบ้าน ของคุณต่างหากที่อาจกำลังทำผิดวิธีโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนอกจากจะเหนื่อยเปล่าแล้ว ยังกลายเป็นตัวการแพร่กระจาย เชื้อโรคในบ้าน ให้กระจายไปหนักกว่าเดิมอีก
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่ามี 7 พฤติกรรมยอดฮิตที่หลายครอบครัวทำพลาด และควรปรับเปลี่ยนเพื่อ สุขอนามัย ที่ดีขึ้น ดังนี้:
1. ใช้ผ้าผืนเดียวเช็ดทุกอย่าง: การใช้ผ้าผืนเดิมเช็ดตั้งแต่ห้องน้ำลามไปถึงโต๊ะกินข้าว คือการย้าย แบคทีเรีย จากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่มีวันสะอาดจริง
2. กวาดบ้านแต่ไม่ยอมถูพื้น: การกวาดช่วยแค่ฝุ่นชิ้นใหญ่ แต่ ฝุ่นละเอียด และคราบเหนียวจะยังฝังตัวอยู่ ทำให้บ้านกลับมาสกปรกไวขึ้น
3. ประโคมน้ำยาทำความสะอาดมากเกินไป: อย่าคิดว่าใส่เยอะแล้วจะดีครับ เพราะคราบน้ำยาที่ตกค้างจะกลายเป็นตัวดักจับฝุ่น ทำให้พื้นเหนียวหนึบกว่าเดิม
4. ละเลยการดูแลอุปกรณ์: ไม้ถูพื้นหรือผ้าที่ซักไม่สะอาดและไม่แห้งสนิท คือแหล่งเพาะพันธุ์ เชื้อโรค ชั้นดีที่ส่งกลิ่นอับไปทั่วบ้าน
5. เช็ดฝุ่นด้วยผ้าแห้ง: พฤติกรรมนี้จะทำให้ ฝุ่นฟุ้งกระจาย และตกลงมาที่เดิมในเวลาอันสั้น ทางที่ดีควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าหมาดในการดักจับฝุ่น
6. ทำความสะอาดผิดลำดับ: ใครที่ถูพื้นก่อนแล้วค่อยเช็ดฝุ่นบนที่สูงบอกเลยว่าพลาด! เพราะฝุ่นจะตกลงมาบนพื้นที่สะอาดแล้ว ทำให้ต้องเสียเวลาทำงานซ้ำซ้อน
7. มองข้ามจุดสัมผัสบ่อย: อย่าลืม กำจัดเชื้อโรค บริเวณรีโมตทีวี มือจับประตู หรือหลังตู้เย็น ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนสัมผัสบ่อยแต่ถูกลืมมากที่สุด
เคล็ดลับบ้านสะอาดนาน อยู่สบายอย่างเห็นผล
หัวใจสำคัญของ การดูแลบ้าน คือต้อง "ขยันให้ถูกวิธี" ครับ เริ่มจากแยกผ้าเช็ดตามโซนการใช้งาน (ครัว, ห้องน้ำ, พื้น) และยึดหลักการทำความสะอาดจาก บนลงล่าง และจาก ในออกนอก เสมอ ที่สำคัญที่สุดคือต้องซักและผึ่งอุปกรณ์ให้แห้งทุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านกลายเป็นที่สะสมของเชื้อโรคโดยไม่จำเป็น




















