กาแฟอะราบิกา 2 พันธุ์ใหม่ ให้ผลผลิตสูงมากประโยชน์ หอมสมุนไพรและคาราเมล

กาแฟอะราบิกา 2 พันธุ์ใหม่ ให้ผลผลิตสูงมากประโยชน์ หอมสมุนไพรและคาราเมล

24 มิ.ย. 2565 เวลา 11:49 น.4

กรมวิชาการเกษตร  ผลิตกาแฟอะราบิกา 2 พันธุ์ใหม่ ทนทานโรคขาประจำราสนิม ให้ผลผลิตสูงมากประโยชน์ มีกลิ่นหอมสมุนไพรและคาราเมล

นางสาวอิงอร  ปัญญากิจ  รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร   เปิดเผยว่า  กาแฟอะราบิกาเป็นพืชที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจทางภาคเหนือของประเทศไทย  โดยที่ผ่านมามีการนำเข้าพันธุ์กาแฟอะราบิกาหลายพันธุ์มาปลูกกันแพร่หลาย แต่เนื่องจากพันธุ์เหล่านั้นมีความอ่อนแอต่อโรคราสนิม  ซึ่งเป็นโรคที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตกาแฟอะราบิกาและพบระบาดในแหล่งปลูกที่สำคัญของโลก 

กาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงราย 2

ดังนั้นคณะนักวิจัยซึ่งมี      นางสุภัทราเลิศวัฒนาเกียรติ  ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้ผล  สถาบันวิจัยพืชสวน  กรมวิชาการเกษตรเป็นหัวหน้าคณะวิจัย   จึงได้ทำการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์กาแฟอะราบิกาเพื่อให้ได้พันธุ์กาแฟอะราบิกาที่ต้านทานต่อโรคราสนิมและให้ผลผลิตสูง  โดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกพันธุ์คือมีความต้านทานต่อโรคราสนิมสูงกว่า 96 เปอร์เซ็นต์คุณภาพการชิมดี  คะแนนสูงกว่า 65 -70 คะแนนผลผลิตปานกลางถึงสูงและให้ปริมาณสารกาแฟเกรด A ไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์  

การปรับปรุงพันธุ์กาแฟอะราบิกาเริ่มจากกรมวิชาการเกษตรได้รับเมล็ดพันธุ์กาแฟอะราบิกาลูกผสมที่ได้คัดเลือกมาจากศูนย์วิจัยโรคราสนิมกาแฟ   ซึ่งปัจจุบันเป็นหน่วยงานภายใต้มหาวิทยาลัยลิสบอน ประเทศโปรตุเกส  โดยกรมวิชาการเกษตรเริ่มการพัฒนาพันธุ์จากลูกผสมรุ่นที่ 2 ที่ได้รับจากศูนย์วิจัยโรคราสนิมกาแฟมาดำเนินการทดสอบที่สถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่  ปี 2525-2532 นำเมล็ดพันธุ์กาแฟอาราบิกาลูกผสมรุ่นที่ 3 จำนวน 9 สายพันธุ์ปลูกแบบต้นต่อแถว จำนวน 100 ต้น ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่  คัดเลือกได้สายพันธุ์ที่ต้านทานโรคราสนิม จำนวน 6 สายพันธุ์   ปี 2532-2543 นำเมล็ดพันธุ์กาแฟอะราบิกาลูกผสมรุ่นที่ 4 จำนวน 6 สายพันธุ์ ปลูกแบบต้นต่อแถว จำนวน 200 ต้น  ณ ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์  คัดเลือกได้สายพันธุ์ที่ต้านทานโรคราสนิม จำนวน 3 สายพันธุ์  ปี 2543-2546 นำเมล็ดพันธุ์กาแฟอะราบิกาลูกผสมรุ่นที่ 5   จำนวน 3 สายพันธุ์ ปลูกแบบต้นต่อแถว จำนวน 50 ต้น คัดเลือกได้สายพันธุ์ที่ต้านทานโรคราสนิม จำนวน 20 สายพันธุ์เพื่อใช้เมล็ดไปปลูกเปรียบเทียบในรุ่นที่ 6  จำนวน 20 สายพันธุ์ ปลูกแบบต้นต่อแถว จำนวน 50 ต้น คัดเลือกได้สายพันธุ์ที่ต้านทานโรคราสนิม จำนวน 7 สายพันธุ์เพื่อใช้เมล็ดไปปลูกเปรียบเทียบสายพันธุ์รุ่นที่ 7 ในพื้นที่ 2 แห่ง คือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย และศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ จนถึงปี 2564 ได้สายพันธุ์ดีเด่นจำนวน 2 สายพันธุ์เสนอคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช  กรมวิชาการเกษตร พิจารณาเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรจำนวน 2 พันธุ์ใช้ชื่อว่า กาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงราย 1 และกาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงราย 2

กาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงราย 1

กาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงราย 

affaliate-2

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าวว่า  กาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงราย 1  มีลักษณะเด่นคือต้านทานต่อโรคราสนิมสูง   เมื่ออายุ 8 ปีให้ผลผลิตเมล็ดกาแฟดิบ 569.6 กรัมต่อต้น ให้ปริมาณสารกาแฟ green bean เกรด A เฉลี่ย 81.8 เปอร์เซ็นต์   คุณภาพการชิม 78-79.5 คะแนน ชิม โดยได้นำตัวอย่างกาแฟอะราบิกาเชียงราย 1 ไปทดสอบคุณภาพที่ Acaemia do Café, Lisboa โปรตุเกส ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้ใบรับรองมาตรฐานของสมาคมกาแฟพิเศษแห่งอเมริกาพบว่า กาแฟอะราบิกาเชียงราย 1 ได้คะแนนการประเมินของพันธุ์ซึ่งปลูกที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย 79.5 คะแนน (จาก 100 คะแนน)  โดยมีกลิ่นคาราเมลและหวานกลิ่นรสชอคโกแล็ตนม (milk chocolate) รสชาติถั่วอ่อนๆ มี รสเปรี้ยวของนมเปรี้ยว   ส่วนที่ปลูก ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ได้ 78 คะแนน (จาก 100 คะแนน) พบว่า มีกลิ่นรสหอมคาราเมล (caramel) กลิ่นถั่วธัญพืช และรสชาติหวานอ่อน 

 

กาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงราย 2 มีลักษณะเด่นคือต้านทานต่อโรคราสนิมสูง เมื่ออายุ 8 ปีให้ผลผลิตเมล็ดกาแฟดิบ 623.65 กรัมต่อต้น ให้ปริมาณสารกาแฟ green bean เกรด A เฉลี่ย 81.89 เปอร์เซ็นต์ คุณภาพการชิม 76 – 79 คะแนน   ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับดีมาก ส่วนรสชาติและกลิ่นนั้นพบว่าแต่ละสถานที่มีรสชาติและกลิ่นต่างกัน  โดยกาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงราย 2 ซึ่งปลูกที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ได้ 79 คะแนน (จาก 100 คะแนน) มีกลิ่นรสสมุนไพรรสหวาน (sweet spice) กลิ่นเครื่องเทศ และรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อยแต่กลมกล่อม   ส่วนที่ปลูก ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย ได้ 76 คะแนน (จาก 100 คะแนน) พบว่า มีกลิ่นผลไม้ (fruity) กลิ่นหอมคาราเมลเข้มข้น รสชาติหอมหวาน

 

สถาบันวิจัยพืชสวนมีแปลงผลิตเมล็ดและต้นกล้าพันธุ์ที่เสียบยอด และขยายพันธุ์แนะนำที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงรายและศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่   คาดว่าจะผลิตต้นพันธุ์เพื่อให้เกษตรกรได้นำไปปลูกเป็นทางเลือกใหม่และสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้ประมาณปลายปี 2565 นี้  

กาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงราย 

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมวิชาการเกษตร 

ข่าวล่าสุด
ข่าวที่น่าสนใจ