ดาวเรือง ไม้ดอกทำเงิน สานต่ออาชีพการเกษตรเพื่อพลิกชีวิตคนเมือง

ดาวเรือง ไม้ดอกทำเงิน สานต่ออาชีพการเกษตรเพื่อพลิกชีวิตคนเมือง

19 พ.ค. 2565 เวลา 19:14 น.159

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาทำอาชีพเกษตรกรรมมากขึ้น ผุดโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตรเพื่อพลิกชีวิตคนเมือง

จากปัญหาภาคการเกษตรของไทยย่างก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่ลูกหลานคนรุ่นใหม่นิยมออกไปทำงานในเมืองใหญ่ และไม่สนใจประกอบอาชีพเกษตรกรรม ส่งผลให้แรงงานภาคเกษตรเริ่มขาดแคลน ประกอบกับภาคเกษตรเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญเพื่อการบริโภคของคนไทยและการสู่เป็นครัวของโลก

ดอกดาวเรือง

      กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีนโยบายที่จะสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาทำอาชีพเกษตรกรรมมากขึ้น   โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จัดทำโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตรเพื่อพลิกชีวิตคนเมืองสู่อาชีพเกษตรกรรมในบ้านเกิด มาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน(2565)

ดาวเรือง ไม้ดอกอีกชนิดที่นิยมปลูกกันมาในหมู่เกษตรกกรรุ่นใหม่ เนื่องจากเป็นไม้ทำเงิน ปลูกง่าย   เก็บเกี่ยวได้เร็ว   ลงทุนน้อย แต่ผลตอบแทนดีและที่สำคัญยังเป็นที่ต้องการของตลาดสูง เพราะเป็นไม้ดอกสารพัดประโยชน์ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ดอกดาวเรืองยิ่งเป็นที่ต้องการสูงเป็นเงาตามตัว

      นางสาวอลิสา เรืองพิศาล อายุ 35 ปี หนึ่งในเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร หลังลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพมหานคร กลับมาอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากพ่อกับแม่มีปัญหาด้านสุขภาพ  ขณะเดียวกันตนเองก็มีความสนใจเรื่องการทำเกษตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้รับทราบข่าวสารโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร จึงสมัครเข้าร่วมโครงการฯทันที

อลิสา เรืองพิศาล”

      “กลับมาอยู่บ้านปี59 ตอนลาออกจากงานฝ่ายสินเชื่อ บริษัทประกันได้เงินเดือน 3 หมื่นบาท ออกมาขายดอกดาวเรืองวันเดียวได้ 3 พันดี แต่ก็ไม่ได้ทุกวันก็เลยคิดวางแผนการปลูกเป็นอาชีพในระยะยาว”

affaliate-2

ปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของแปลงปลูกดอกดาวเรืองควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสาน บนเนื้อที่ 4 ไร่ หมู่ 8 บ้านเจน ตำบลดงเจน อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ทั้งยังเพาะกล้าพันธุ์ดาวเรืองจำหน่าย พร้อมดูแลด้านการตลาดให้กับสมาชิกในเครือข่ายผู้ปลูกดอกดาวเรืองในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดพะเยาอีกจำนวน 49 ราย  โดยสมาชิกจะส่งดอกดาวเรืองมารวบรวมไว้ที่นี่เพื่อส่งต่อไปยังปากคลองตลาด ที่กรุงเทพฯและส่วนหนึ่งส่งให้กับพ่อค้าที่เชียงใหม่

      “ตอนแรกได้เมล็ดพันธุ์ดาวเรืองมาปลูก แต่ปลูกแล้วไม่มีที่จำหน่าย จึงจำเป็นต้องหาตลาดเอง เริ่มจากไปศึกษาตลาดดอกไม้ที่ปากคลองตลาด เราเคยอยู่กรุงเทพฯ 15 ปีและส่วนหนึ่งก็ได้ทำสัญญาส่งดอกดาวเรืองให้กับผู้ค้าในจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นก็มาส่งเสริม สนับสนุนการปลูกดอกดาวเรืองให้กับเกษตรกรและผู้สูงอายุในพื้นที่จังหวัดพะเยา ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกในเครือข่ายทั้งสิ้น 49 คน”นางสาวอลิสาเผย

       ความที่มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ของตนเองและสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการจ้างกลุ่มแม่บ้าน และกลุ่มผู้สูงอายุแพคถุงดอกดาวเรือง ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้เธอคิดวางแผนการปลูกอย่างเป็นระบบตั้งแต่การผลิต การแพคกิ้งไปจนถึงการตลาด ทำให้ทุกวันนี้แปลงของเธอและสมาชิกปลูกต้นดอกดาวเรืองไปแล้ว 80,000 ต้น สามารถเก็บดอกได้ประมาณ 120 ดอกต่อต้น คิดกำไรต้นละ 10 บาท จะมีรายได้มากถึง 800,000 บาท โดยมีระยะเวลาการเก็บเกี่ยวนานถึง 3 เดือน

     “ดอกที่ดี ดอกใหญ่กลม ไม่ลาย ไม่มีเชื้อราคาจะขายได้ราคาสูง 1 ไร่ มีต้นทุนอยู่ที่ 15,000 บาท สามารถปลูกได้ 4,000 ต้น ถ้าดูแลรักษา อย่างดี สามารถสร้างรายได้มากถึง 80,000 บาท ต่อไร่  ดาวเรืองหนึง่ต้นสามารถเก้บได้ประมาณ 3ครั้ง ตัดครั้งแรกดอกใหญ่ แล้วมันจะแตกยอดขึ้นมาใหม่รออีก 45 วันก็จะตัดครั้งต่อไป แต่ดอกจะเล็กลงเรื่อย ๆ” เจ้าของแปลงปลูกดอกดาวเรืองคนเดิมกล่าว

      ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายพงศธร ศรีชัย สหกรณ์จังหวัดพะเยา และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงปลูกดอกดาวเรืองของนางสาวอลิสา เรืองพิศาลที่ม.8 บ้านเจน ตำบลดงเจน อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา

ดาวเรือง ไม้ดอกทำเงิน สานต่ออาชีพการเกษตรเพื่อพลิกชีวิตคนเมือง

      ทั้งนี้รองอธิบดีฯอัชฌา สุวรรณนิตย์ ได้แนะนำให้ดำเนินการรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อให้มีอำนาจในการต่อรองราคา มีการบริหารจัดการที่ดีสะดวก รวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งสมาชิกที่เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่จะได้นำองค์ความรู้ ทักษะ เทคโนโลยี มาพัฒนาให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งด้วย            

      “ถ้าเป็นตัวบุคคลต้องอาศัยความเชื่อมั่นลึกซึ้งถึงจะทำได้ แต่ถ้าเป็นสถาบัน เป็นสหกรณ์จะทำได้ง่ายกว่า เครือข่ายสหกรณ์เราก็เยอะ ดอกใหญ่ขายดอก ส่วนดอกตกเกรดก็ช่วยให้มีราคาได้ ส่งให้กับสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ที่แปดริ้วเพื่อนำไปผลิตอาหารสัตว์ โดยไม่ต้องทิ้ง”รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว พร้อมย้ำว่าอยากให้กลุ่มผู้ปลูกดอกดาวเรืองภูกามยาวจัดตั้งเป็นสถาบันสหกรณ์เพื่อประโยชน์กับสมาชิกและง่ายต่อการขอรับความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ

     ทั้งนี้ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพะเยา ได้ดำเนินโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร มีเกษตรกรรุ่นใหม่สมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 46 ราย ในปีงบประมาณ 2565 มีเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ จำนวน 10 ราย ซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพะเยา ได้มีการติดตามผลการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป

 

affaliate-3
ข่าวล่าสุด
ข่าวที่น่าสนใจ