ความเชื่อโบราณไม่มีเงาหัว เป็นลางบอกเหตุอาจถึงฆาต ต้องแก้เคล็ด

12 ก.ค. 2564 เวลา 20:29 น.381

ความเชื่อโบราณไม่มีเงาหัว เป็นลางบอกเหตุอาจถึงฆาต ต้องแก้เคล็ดตามความเชื่อ ตามความเชื่อของคนโบราณที่บอกต่อๆกันมานั้นมีอยู่หลายอย่าง โดยหนึ่งในความเชื่อ ก็คือ ไม่มีเงาหัว หรือ “เงาหัวขาด” และวันนี้เราจะพามาดูวิธีแก้เคล็ดกัน

ลางบอกเหตุที่ไม่ดี อาจทำให้ถึงฆาต หรือ ชะตาขาด ตามความเชื่อโบราณที่บอกต่อๆกันมานั้นมีอยู่หลายอย่าง โดยหนึ่งในความเชื่อ ก็คือ เงาหัวไม่มี  “เงาหัวขาด” หากเห็นใครไม่มีหัว มีแต่ไหล่กับตัว นั่นแสดงว่า เขากำลังจะหมดบุญ คือ ถึงแก่อายุขัยแล้ว  หรือในบางกรณีก็อาจจะเสียชีวิตกะทันหันเพราะมีเคราะห์หนัก เป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพราะศรีษะของมนุษย์ เป็นอวัยวะที่สำคัญมาก หากเมื่อใดที่ไม่มีศรีษะ  เหลือเพียงแต่คอ ก็เท่ากับว่า ชีวิตได้ดับสิ้น ส่วนวิธีแก้ไขต่างๆตามที่โบราณได้บอกไว้ ได้แก่

เห็นคนอื่นที่ไม่มีเงาหัว   หากเห็นกับตาของตนเองว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่มีเงาหัว   คนโบราณว่าเอาไว้ อย่าเพิ่งไปทักคนๆนั้นให้รู้ตัว แต่ให้รีบนำหมวก หวดนึ่งข้าว ผ้าถุงของมารดา ผ้าขาวม้า ถังน้ำเปล่า หรืออุปกรณ์อะไรก็ตาม  ให้นำมาครอบหัวทันทีในตอนนั้น  และบอกว่า “ต่อหัวให้แล้วนะ”  เป็นเคล็ดต่ออายุให้ยืนยาวออกไป  

ส่องกระจก ไม่เห็นหัวตัวเอง แต่ถ้ามองในกระจกหรือมองในน้ำ แล้วไม่เห็นเงาหัวของตนเองก็เช่นกัน ให้เจ้าตัวรีบบอกผู้อื่น นำสิ่งของต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น  เช่น ถังน้ำ หวดนึ่งข้าว ผ้าขาวม้า มาครอบหัวทันที  แล้วให้คนๆนั้นพูดว่า “ต่อหัวให้แล้วนะ”

ฝันว่าคนรู้จักไม่มีเงาหัว หรือ ไม่มีเงาหัว ให้แก้ความฝันลงในโถส้วม พร้อมกับราดน้ำลงไป แล้วพูดว่า ให้ฝันร้ายกลายเป็นดี จากนั้นก็ให้นำหมวก ผ้าถุง หวดนึ่งข้าว อุปกรณ์ต่างๆที่กล่าวไปข้างต้น ไปสวมหัวของคนที่ตนเองฝันถึง แล้วบอกว่า “ต่อหัวให้แล้วนะ”  
หมวกและหวดนึ่งข้าว

affaliate-2

ปล่อยสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า เมื่อแก้เคล็ดในเบื้องต้นแล้วก็ให้รีบไปปล่อยสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า  เช่น ปลาหน้าเขียง หรือไถ่ชีวิตโคกระบือในโรงฆ่าสัตว์ ถือเป็นการให้ชีวิตของสัตว์เหล่านี้ ก็เท่ากับเป็นการต่ออายุขัยของตนเอง

ปล่อยสัตว์

สวดบทอิติปิโสให้มากกว่าอายุ 1 จบ บทอิติปิโส ถือเป็นบทสรรเสริญพระพุทธคุณที่นิยมสวดกันโดยทั่วไป ขณะเดียวกันก็มีความเชื่อถึงอำนาจพระพุทธคุณจะช่วยป้องกันภัยร้ายต่างๆได้ ช่วยให้แคล้วคลาดจากสิ่งไม่ดี ต่ออายุขัยได้ โดยต้องสวดให้มากกว่าอายุ 1 จบ เช่น ตอนนี้อายุ 49 ปี ก็ให้สวด 50 จบ เป็นต้น และต้องสวดเป็นประจำทุกๆวัน   

สวดมนต์สะเดาะเคราะห์ต่ออายุขัย “อุณหิสสะวิชะยะคาถา”  เป็นพระคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่นิยมสวดเพื่อสืบชะตาต่ออายุในคนที่กำลังจะหมดอายุขัย ชะตาขาด มีเคราะห์ และยังเป็นพระคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยป้องกันภัยจากภูตผีปีศาจและสิ่งไม่ดีทั้งปวงได้อีกด้วย  ให้สวดทุกๆวันก่อนนอน หรือถ้ามีเวลาควรสวด เช้า – เย็น เพื่อเป็นการต่ออายุขัย

ถือศีลปฏิบัติธรรมที่วัดเป็นเวลาอย่างน้อย  7 วัน ถ้าหากใครที่มีเวลาก็ควรไปบวชถือศีลที่วัดเป็นเวลา 7 วัน แต่ถ้าไม่มีเวลา ก็ควรถือศีลทั้ง 5 ข้ออย่าให้ขาด และควรสวดมนต์ ทำสมาธิ อย่างน้อยวันละครั้ง

สำหรับวิธีต่างๆที่กล่าวมานี้ อยู่ที่ความเชื่อของแต่ละบุคคล หากแต่การต่อชะตาที่ถึงคาดแล้วนั้น ถ้าบุญกรรมมีมาก ก็พอจะช่วยได้หรือบรรเทาให้เบาบางลงได้ แต่ในบางกรณีก็เกินอำนาจของกรรม ต้องปล่อยวางและเข้าใจในสัจธรรม ว่ามีเกิดแล้ว ย่อมมีดับ เป็นธรรมดา

เครดิตภาพ : Napapawn

 

affaliate-3