ย้อนคำทำนาย "โหรฟองสนาน" เคยเตือน ปลายกันยายนน้ำท่วมไม่คาดฝัน

ย้อนคำเตือน "โหรฟองสนาน จามรจันทร์" เคยทักไว้ 2 เดือนก่อน เตือนปลายปีระวังอุบัติภัย น้ำท่วมใหญ่แบบไม่คาดฝัน
ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกและหลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ ทำให้คำพยากรณ์ของ “แม่หมอสมัครเล่น” หรือ “ฟองสนาน จามรจันทร์” ที่เคยเผยแพร่ไว้เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 ถูกหยิบกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง หลังเคยเตือนถึงแนวโน้มฝน พายุ และภัยที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับน้ำในช่วงปลายปี
โดย “ฟองสนาน” ได้เผยแพร่คำพยากรณ์ดวงเมือง พร้อมระบุว่า ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ดวงเมืองจะเปิดรับความชุ่มชื้นมากขึ้น และมีลุ้นเห็นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกของปีเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อน แต่ในขณะเดียวกันก็เตือนว่า ต้องจับตาช่วงปลายปีเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเกณฑ์เกิดอุบัติภัยที่มีมูลเหตุจากน้ำ รวมถึงน้ำท่วมในลักษณะที่ไม่คาดฝัน
คำพยากรณ์ดังกล่าวอยู่ใน “แม่หมอสมัครเล่น ตอนที่ 644” โดยฟองสนานระบุว่า ต้องการใช้หลักโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยามาวิเคราะห์แนวโน้มฝนและพายุของประเทศไทย หลังจากก่อนหน้านี้เคยทำนายว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะอุดมไปด้วยฝน ซึ่งต่อมาเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทั้งบริเวณทุ่งเจ้าพระยานอกคันกั้นน้ำ หาดใหญ่ รวมถึงพื้นที่บางแห่งในภาคใต้
สำหรับปี 2569 ฟองสนานระบุว่า ขณะนั้นมีการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาถึงแนวโน้มเอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นและปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ รวมถึงอาจกระทบต่อปริมาณน้ำในเขื่อน โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
พร้อมยกข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก ณ วันที่ 23 ก.ค. 2569 มาประกอบ โดยระบุว่า หลายเขื่อนยังมีปริมาณน้ำค่อนข้างน้อย อาทิ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มูลบน น้ำพุง ป่าสักชลสิทธิ์ สียัด นฤบดินทรจินดา และเขื่อนปราณบุรี ขณะที่เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำร้อยละ 53 โดยฟองสนานระบุว่า เคยมีผู้รับผิดชอบให้ข้อมูลว่า หากต้องการให้อยู่ในระดับที่พออุ่นใจ ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลควรมีร้อยละ 60 ขึ้นไป
จากนั้นจึงวิเคราะห์ว่า หากประเทศไทยต้องรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยฝนเข้ามาเติมน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำให้มากที่สุด
เปิดช่วงลุ้นพายุ-ฝน
ฟองสนานระบุว่า ตั้งแต่ประมาณวันที่ 27 ก.ค. 2569 พระเสาร์จร (7) ซึ่งเป็นดาวที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดปริมาณน้ำ จะเดินถอยหลังหรือพักร์ในราศีมีน ซึ่งเป็นธาตุน้ำ ไปจนถึงประมาณวันที่ 30 พ.ย. 2569
ขณะเดียวกัน พฤหัสบดีจร (5) ซึ่งเป็นดาวแห่งความชุ่มชื้น จะเดินอยู่ในราศีกรกฎ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-19 ต.ค. 2569 โดยฟองสนานมองว่า ตั้งแต่ประมาณวันที่ 27 ก.ค. เป็นต้นไป ฝนจากอิทธิพลของมรสุมและร่องฝนอาจเพิ่มขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา
ส่วนพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกของปี ฟองสนานระบุว่า จะเริ่มเห็นเค้าลางประมาณวันที่ 4 ส.ค.-19 ก.ย. 2569 โดยอาจคลาดเคลื่อนได้ประมาณ 7 วัน และพายุอาจอยู่ในระดับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง หรือสูงกว่านั้นคือระดับดีเปรสชัน
โดยอ้างอิงจากพระอังคารจร (3) ซึ่งเดินในราศีเมถุน ระหว่างวันที่ 4 ส.ค.-19 ก.ย. 2569 และสัมพันธ์กับพระราหูจร (8) ซึ่งเดินอยู่ในราศีกุมภ์ โดยฟองสนานระบุว่า หลังจากพายุลูกแรกยังมีโอกาสที่พายุอีก 1-2 ลูกจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะช่วยนำความชุ่มชื้นและเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ แต่ฟองสนานก็เตือนว่า ฝนที่จะตกต่อจากนี้ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน
จับตา 29 ก.ย.-19 ต.ค. เตือนภัยจากน้ำ
จุดสำคัญของคำพยากรณ์อยู่ที่ช่วงวันที่ 29 ก.ย.-19 ต.ค. 2569 ซึ่งฟองสนานระบุว่า ตามดวงชะตาเมืองเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวัง “อุบัติภัยรอบสี่” โดยมีมูลเหตุสำคัญมาจากน้ำหรือพื้นที่ใกล้น้ำ เช่น ดินที่ชุ่มน้ำจนเกิดการถล่ม
นอกจากนี้ ยังเตือนว่า ช่วงเวลาที่เหลือของปีมีโอกาสเกิด “น้ำท่วมแปลกประหลาด ไม่คาดฝัน” หากมีการบริหารจัดการไม่ดี พร้อมเปรียบเทียบกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2485 ซึ่งในขณะนั้นมีภาพรถเมล์และเรือสามารถสัญจรอยู่บนเส้นทางเดียวกันในกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ คำเตือนทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์ตามหลักโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยาของ “ฟองสนาน จามรจันทร์” ซึ่งเผยแพร่ไว้ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 2569 และขณะนี้เข้าสู่ช่วงปลายเดือนกันยายน จึงถูกนำกลับมาย้อนให้ติดตามอีกครั้ง โดยเฉพาะคำเตือนเรื่องภัยจากน้ำและน้ำท่วมที่ระบุช่วงเวลาไว้อย่างชัดเจน

นนทบุรีอ่วมฝนตกซ้ำข้ามวัน ชาวบ้านแห่ซื้อทรายกั้นบ้าน

คดี "น้องพิม" พลิกอีก ผลตรวจบาดแผลแท้จริงออกแล้ว ตำรวจจ่อปิดคดี

ชัดแล้ว ดีเอ็นเอชายปริศนา ห้อง “น้องพิม” หลังตรวจสอบรู้ว่าเป็นใคร

ไฟดับ 27 ก.ย. 69 กฟน.ประกาศดับไฟหลายพื้นที่ กทม. สมุทรปราการ นนทบุรี
















