"เจมส์ ธีรดนย์" เผยพบซีสต์ในสมองโดยบังเอิญ พร้อมอาการล่าสุด

"เจมส์ ธีรดนย์" เปิดใจเล่าย้อนนาทีสุดช็อก หลังโหมงานหนักจนไมเกรนกำเริบ แต่หมอจับเข้าเครื่อง MRI บังเอิญเจอซีสต์ในสมองขนาดใหญ่ถึง 2.7 เซนติเมตร
นาทีใจหาย! "เจมส์ ธีรดนย์" เปิดใจตรวจไมเกรนแต่เจอซีสต์ในสมอง 2.7 ซม. เผยฝันร้ายเจอภาวะแพนิก-กลัวที่แคบ
ทำเอาแฟนคลับเป็นห่วงและส่งกำลังใจให้กันอย่างล้นหลาม สำหรับนักแสดงและศิลปินหนุ่มมากความสามารถ "เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ" หรือ "เจมส์มี่เจมส์" ที่ล่าสุด ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ PrimeCast EP.35 ทางช่อง alive dot เล่าถึงมรสุมปัญหาสุขภาพที่ทำเอาเจ้าตัวถึงกับช็อก มือสั่น และใจตกไปอยู่ตาตุ่ม หลังตรวจพบซีสต์ในสมองโดยบังเอิญ
โหมงานหนักจนไมเกรนกำเริบ สู่การเจอซีสต์ 2.7 ซม. โดยบังเอิญ
หนุ่มเจมส์เล่าย้อนไปถึงช่วงที่รับงานอย่างบ้าคลั่ง ทั้งถ่ายงานแสดง 4 วัน ซ้อมคอนเสิร์ต 3 วัน บินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เป็นประจำ จนร่างกายประท้วงด้วยอาการปวดหัวไมเกรนอย่างรุนแรง แพทย์จึงส่งตัวเข้าตรวจอย่างละเอียดด้วยเครื่อง MRI ซึ่งผลตรวจทำเอาเจ้าตัวช็อกสนิท เมื่อหมอแจ้งว่า พบซีสต์บริเวณสมองขนาดประมาณ 2.3 x 2.7 เซนติเมตร
"ตอนนั้นยอมรับว่าตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก รู้ตัวเลยว่ามือสั่น รีบโทรหาพี่ที่เป็นหมอทันที ซึ่งพี่ก็บอกว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ห้ามเกิดอุบัติเหตุหัวกระแทกแรง ๆ เด็ดขาด เพราะถ้าซีสต์แตกจะอันตรายมาก" เจมส์ ธีรดนย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แพทย์ประเมินว่าซีสต์ดังกล่าวน่าจะเป็นมาตั้งแต่เกิดโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว และโชคดีที่ยังไม่พบความผิดปกติต่อระบบประสาท ซึ่งผลการตรวจติดตามอาการล่าสุดพบว่า ซีสต์มีขนาดเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังคงอยู่ในระดับที่เฝ้าระวัง ยังไม่ถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด
ฝันร้ายในเครื่อง MRI ค้นพบโรค "กลัวที่แคบ-แพนิก attack"
นอกเหนือจากเรื่องซีสต์ในสมองแล้ว เจมส์ยังเผยว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาได้รู้จักอีกหนึ่งโรคในตัวเอง นั่นคือ โรคกลัวที่แคบ (Claustrophobia) เนื่องจากระหว่างที่นอนอยู่ในอุโมงค์เครื่องตรวจ MRI เจ้าตัวเกิดอาการตื่นตระหนกอย่างรุนแรง หายใจไม่สะดวก และรู้สึกกลัวเหมือนกำลังจะตาย จนเพิ่งเข้าใจคำว่า Panic Attack และต้องกดปุ่มฉุกเฉินเพื่อออกจากเครื่องทันที ส่งผลให้หลังจากนั้น ทุกครั้งที่ต้องเข้าตรวจ MRI คุณหมอจำเป็นต้องให้ยาคลายกังวลก่อนเสมอ
ปัจจุบัน หนุ่มเจมส์ยังคงมุ่งมั่นกับงานในวงการบันเทิงควบคู่ไปกับธุรกิจอาหาร Chef's Table ของตนเอง พร้อมทั้งดูแลสุขภาพและติดตามอาการของซีสต์ในสมองอย่างใกล้ชิดตามคำแนะนำของแพทย์




















