ปาฎิหาริย์-ความเชื่อ

เบื้องหลังเสียงหัวเราะ ทำไมคนโบราณต้องใช้ "ความสนุกสนาน" มาบดบัง "ความกลัว" ในคืนส่งตายาย

08 ต.ค. 2569 | 11:46 น.
เบื้องหลังเสียงหัวเราะ ทำไมคนโบราณต้องใช้ "ความสนุกสนาน" มาบดบัง "ความกลัว" ในคืนส่งตายาย

มาดูเบื้องหลัง "ประเพณีสารทเดือนสิบ" ที่มีใจความสำคัญช่วงหนึ่งคือ "ชิงเปรต" ทำไมคนโบราณถึงดึงจุดสนใจความสนุกสนานเข้ามาแทนที่ความกลัว บอกเลยว่าคนสมัยโบราณมีความคิดที่ลึกซึ้งมาก

เมื่อพูดถึง "วันส่งตายาย" ใน ประเพณีสารทเดือนสิบ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือภาพความหิวโหยของดวงวิญญาณและเรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับ "เปรต" ที่กลับมาขอส่วนบุญ แต่ทว่า ในค่ำคืนและวันสำคัญที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความน่ากลัวนี้ กลับถูกฉาบหน้าด้วย "เสียงหัวเราะและความสนุกสนาน" จากพิธีชิงเปรตอย่างเหลือเชื่อ

 

วันสารทเดือนสิบ หรือวันทำบุญใหญ่ (วันส่งตายาย) ประจำปี 2569 ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569 (แรม 15 ค่ำ เดือน 10)

เบื้องหลังเสียงหัวเราะ ทำไมคนโบราณต้องใช้ 'ความสนุกสนาน' มาบดบัง 'ความกลัว' ในคืนส่งตายาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมคนโบราณถึงเลือกใช้ความรื่นเริงมาบดบังความกลัวเรื่องสิ่งลี้ลับ? แท้จริงแล้วเบื้องหลังจิตวิทยานี้ มีกุศโลบายสุดลึกซึ้งที่คนรุ่นหลังอาจคาดไม่ถึง

 

1. เปลี่ยน "ความกลัว" เป็น "พลังบวก" ด้วยจิตวิทยาหมู่

ความตายและสิ่งลี้ลับเป็นสิ่งที่มนุษย์หวาดกลัวมาแต่โบราณ คนเฒ่าคนแก่จึงใช้พิธีกรรมที่สนุกสนานมาเป็นตัวช่วย:

• ลดความดิ่งของอารมณ์: การทำบุญให้ผู้ล่วงลับอาจชวนให้โศกเศร้า การใส่ความสนุกเข้ามาจึงช่วยปรับอารมณ์ให้แจ่มใส

• ลบภาพจำที่น่ากลัว: แทนที่จะให้ลูกหลานหวาดกลัวรูปลักษณ์ของเปรต ก็เปลี่ยนให้เป็นเรื่องของการละเล่น ทำให้เรื่องผีๆ กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและไม่น่ากลัวอีกต่อไป


2. ความสนุกคือ "แม่เหล็ก" ดึงดูดคนทุกวัยรักษารากเหง้า

หากพิธีกรรมมีแต่ความเงียบเชียบและน่ากลัว เด็กๆ หรือคนรุ่นใหม่คงไม่ยอมเข้าวัด คนโบราณจึงดีไซน์การ "ชิงเปรต" ให้เป็นเกม:

• สร้างความบันเทิงร่วมกัน: การได้วิ่ง แย่งชิง ปีนป่ายเพื่อหยิบขนมลา ขนมพอง ถือเป็นกิจกรรมความบันเทิงชั้นยอดในอดีต

• สืบทอดโดยไม่รู้ตัว: เมื่อเด็กๆ รู้สึกสนุก พวกเขาจะอยากมาวัดทุกปี และซึมซับวัฒนธรรมความกตัญญูนี้ไปสู่รุ่นต่อไปได้อย่างแนบเนียน

 

เบื้องหลังเสียงหัวเราะ ทำไมคนโบราณต้องใช้ 'ความสนุกสนาน' มาบดบัง 'ความกลัว' ในคืนส่งตายาย

3. อุบายสร้าง "ความเกรงกลัวต่อบาป" ที่ไม่ต้องบังคับ

แม้หน้างานจะสนุกสนาน แต่ระหว่างทางมีการสอดแทรกคำสอนอย่างมีชั้นเชิง:

• เห็นภาพชัดเจน: การสร้าง "หลาเปรต" และการจำลองเปรตลักษณะต่างๆ ทำให้คนเห็นภาพว่าถ้าทำชั่ว ตะกละ หรือคดโกง ตายไปจะต้องหิวโหยและทรมาน

• สอนผ่านประสบการณ์: ความสนุกในการแย่งของไหว้ ทำให้คนจดจำเหตุการณ์ได้แม่นยำกว่าการนั่งฟังเทศน์ธรรมดา ทำให้ข้อคิดเรื่องบาปบุญคุณโทษติดตัวคนอ่านและคนร่วมงานไปตลอดชีวิต


4. เปลี่ยนความวังเวียน เป็นวันแห่งความอบอุ่นของครอบครัว

คืนส่งตายายตามความเชื่อคือคืนที่ประตูนรกจะปิด ดวงวิญญาณต้องกลับภูมิเดิม ซึ่งอาจฟังดูน่าเศร้าและวังเวง:

• กลบความเงียบเหงา: เสียงหัวเราะจากการชิงเปรตช่วยสร้างพลังงานชีวิต (Positive Energy) ให้เกิดขึ้นในชุมชน

• ย้ำเตือนว่าคนเป็นยังอยู่: เป็นการส่งสัญญาณให้บรรพบุรุษสบายใจว่า ลูกหลานที่อยู่ทางนี้ยังรักกัน สามัคคีกัน และมีความสุขดีไม่ต้องเป็นห่วง

 

เบื้องหลังเสียงหัวเราะ ทำไมคนโบราณต้องใช้ 'ความสนุกสนาน' มาบดบัง 'ความกลัว' ในคืนส่งตายาย

เบื้องหลังเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์ในประเพณีชิงเปรต จึงไม่ใช่แค่ความคึกคักไร้สาระ แต่เป็น อัจฉริยภาพทางจิตวิทยาของคนโบราณ ที่รู้คิดและนำความสนุกสนานมาเป็นสะพานเชื่อมโยงความเชื่อ ความกลัว และความรักในครอบครัวเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้วันส่งตายายกลายเป็นความทรงจำที่อบอุ่นใจทุกครั้งเมื่อเวียนมาถึง

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

ถึงว่า ญาติไม่เคยเอะใจ บ้านป้าแมว บังคับให้สร้างภาพ ไม่ทำโดนน่วม

ถึงว่า ญาติไม่เคยเอะใจ บ้านป้าแมว บังคับให้สร้างภาพ ไม่ทำโดนน่วม

มหากาพย์ขั้นสุด "หนุ่ม กรรชัย" ได้ข้อมูลเรื่อง "แม่ภัทร" เพียบ

มหากาพย์ขั้นสุด "หนุ่ม กรรชัย" ได้ข้อมูลเรื่อง "แม่ภัทร" เพียบ

ภาพเดียวจาก "ที' ลมฟ้า" เข้าใจทันที ไทยตอนบน ฝนตกหนักอีกวันไหน

ภาพเดียวจาก "ที' ลมฟ้า" เข้าใจทันที ไทยตอนบน ฝนตกหนักอีกวันไหน

กู้ภัยโดนแน่ "แม่ภัทร" จำแม่น แฉตำหนิคนอุ้ม เอาผิดถึงที่สุด

กู้ภัยโดนแน่ "แม่ภัทร" จำแม่น แฉตำหนิคนอุ้ม เอาผิดถึงที่สุด

เปิด 3 เงื่อนไขจบสัมพันธ์ นัส เมียโชค เผยยึดหลักนี้ เตือนสามี

เปิด 3 เงื่อนไขจบสัมพันธ์ นัส เมียโชค เผยยึดหลักนี้ เตือนสามี